- โฆษณา -

อำเภอศรีราชาจับกุมผู้กระทำผิดกว่า 400 คดียึดทรัพย์ผู้ค้ารายใหญ่กว่า 30 ล้านบาท 

ภูมิภาค16 ก.ย. 2567 • 03:33 น.
อำเภอศรีราชาจับกุมผู้กระทำผิดกว่า 400 คดียึดทรัพย์ผู้ค้ารายใหญ่กว่า 30 ล้านบาท 

นายอำเภอศรีราชา สรุปผลการดำเนินงานศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด  ประสบผลน่าพอใจ สามารถจับกุมผู้กระทำผิดกว่า 400 คดี ยึดทรัพย์ผู้ค้ารายใหญ่กว่า 30 ล้านบาท 

นายนพรัตน์ ศรีพรหม นายอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เผยถึงผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับอำเภอ หรือ ศป.ปส.อ. ตามนโยบายป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติดระยะเร่งด่วน 3 เดือน ( 1มิ.ย.-31ส.ค.2567) ซึ่ง จ.ชลบุรี เป็น 1 ใน 25 จังหวัดเป้าหมายที่สำนักงาน ป.ป.ส. กำหนดให้เป็นพื้นที่สีแดงที่มีปัญหายาเสพติดรุนแรง และอำเภอศรีราชา ถือเป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของยาเสพติดจากการมีสถานบริการ โรงงานและสถานศึกษาจำนวนมาก ว่าประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ

- โฆษณา -

หลังได้มีการระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วน อ.ศรีราชา มีสถิติการจับกุมผู้ค้า ผู้ครอบครอง และผู้เสพยาบ้า ยาไอซ์ และเคตามีน จากการดำเนินงานของ 4 สภ. ได้รวมกว่า 400 คดี  จับกุมผู้ค้ารายใหญ่ยึดของกลางยาบ้ากว่า 4 แสนเม็ด และยึดทรัพย์กว่า 30 ล้านบาท  รวมทั้งยังนำผู้เสพเข้าสู่ กระบวนการบำบัดรักษาจนสามารถคืนคนดีสู่สังคมได้  ส่วนในของการป้องกันที่มีหลายมิติทั้งการสร้างหมู่บ้าน และชุมชนให้มีความเข้มแข็งผ่านโครงการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโครงการกองทุนแม่ของแผ่นดิน ,โครงการทูบี นัมเบอร์วัน , โครงการสุ่มตรวจปัสสาวะในสถานศึกษา ,โครงการโรงงานสีขาว, โรงเรียนสีขาว ฯลฯ ได้จัดทำขึ้นเพื่อสร้างความเข้มแข้ง รวมทั้งชุมชนล้อมรักของกระทรวงสาธารณสุข ที่จะยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่อง  

 

นายอำเภอศรีราชา ยังบอกอีกว่าในส่วนการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง  4 โรงพัก นอกเหนือจากการปราบปรามแล้วยังมีโครงการชุมชนบำบัดอย่างยั่งยืนที่จะครอบคลุมใน 3 มิติทั้งการนำผู้เสพเข้าร่วมโครงการสังคมบำบัดเพื่อฝึกอาชีพ  ,สันทนาการ และการติดตามตรวจสอบประวัติในทุกสัปดาห์   โดยการบำบัดฟื้นฟูจะให้ความสำคัญใน 2 ส่วนคือกลุ่มผู้ป่วยจิตเวช ที่เป็นทั้งจิตเวชปกติ และจิตเวชอันเนื่องมาจากการใช้สารเสพติด ซึ่งในส่วนหลังจากการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาพบว่า อ.ศรีราชา มีผู้ป่วยในกลุ่มนี้ จำนวน 85 ราย และเป็นผู้ป่วยกลุ่มสีแดงจำนวน  27 ราย ที่ได้ส่งเข้ารักษายังโรงพยาบาลเจ้าพระยา เป็นที่เรียบร้อย ซึ่งหลังการบำบัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ และฝ่ายปกครองจะร่วมกันลงพื้นที่เยี่ยมบ้านในทุกวันพุธ โดยจะมีเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลร่วมดูแลอย่างใกล้ชิด เนื่องจากผู้ป่วยจิตเวชจะต้องได้รับการดูแลและติดตามผลว่ามีการรับประทานยาตามที่แพทย์กำหนดหรือไม่

“ เนื่องจากบางรายเมื่อได้รับการบำบัดแล้วก็กลับไปเสพอีก เจ้าหน้าที่จึงต้องปรับสูตรยาให้ใหม่  ส่วนบางรายฟื้นฟูจนหายแล้วก็กลับไปเสพจนเกิดอาการดื้อยา ซึ่งในเรื่องนี้ครอบครัวต้องให้ความสำคัญในการช่วยกันดู  เพราะหากเกิดอาการคลุ้มคลั่งครอบครัวก็ไม่เอา ชาวบ้านก็ไม่เอาและต้องส่งไปอยู่ในสถานที่รักษาต่างๆ ซึ่งก็ทำให้จำนวนผู้เข้ารักษาเพิ่มมากขึ้น วันนี้อำเภอศรีราชา มีแนวคิดจัดทำโครงการส่งผู้เสพที่มีอาการหนักไปรักษาที่โรงพยาบาลเจ้าพระยา เป็นเวลา 3เดือนเพื่อให้ได้ฟื้นฟูร่างกายก่อนจะกลับมาบำบัดรักษาในพื้นที่” นายอำเภอกล่าวทิ้งท้าย