แรงงานไทยในยูเครนกลับไทยวันที่สามถึงสุวรรณภูมิแล้ว ด้านสาวสปาเผยรถถังวิ่งตัดหน้ากระสุนปืนใหญ่ผ่านหัว

ภูมิภาค5 มี.ค. 2565 • 10:17 น.โดย สุทธิวิทย์ ชยุตม์วรกานต์
แรงงานไทยในยูเครนกลับไทยวันที่สามถึงสุวรรณภูมิแล้ว  ด้านสาวสปาเผยรถถังวิ่งตัดหน้ากระสุนปืนใหญ่ผ่านหัว
วันที่ 5 มีนาคม 2565 เวลา 07.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ที่อาคารผู้โดยสารขาเข้า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายฉัตรชัย วิริยะเวชกุล อธิบดีกรมการกรงศุลกระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันเดินทางมารอต้อนรับแรงงานไทยในยูเครนจำนวน 16 คน ที่อพยพหนีภัยสงครามระหว่างยูเครนและรัสเซีย เดินทางกลับมายังประเทศไทยด้วยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG 971 จากสนามบิน ZURICH มายังสนามบินสุวรรณภูมิ ในเวลา 06.50 น.โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่น ซึ่งแรงงานไทยชุดนี้ถือเป็นแรงงานไทยชุดที่ 4 ที่ได้รับการช่วยเหลือจากสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงวอร์ซอ ที่ให้การช่วยเหลืออพยพคนไทยในยูเครนและส่งกลับไทยโดยสวัสดิภาพ ด้านนางพรพัฒน์ เล็กสูงเนิน ชาวไทยจากจังหวัดนครราชสีมา ได้เล่านาทีหนีตายจากเมืองเคียฟ ประเทศยูเคน ว่า เห็นการณ์เริ่มตั้งแต่ช่วงเช้ามืดวันที่ 23 ที่ผ่านมา ซึ่งก่อนหน้านี้ตนเองและเพื่อนร่วมงานได้ติดต่อสถานฑูตเพื่อรอการอพยพไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์เร็วกว่าที่คิด ซึ่งในวันนั้นตนยังมีแผนที่จะต้องไปทำงานแต่พอตื่นเช้ามาพบว่าเริ่มเห็นความวุ่นวายของชาวยูเคนในพื้นที่ รวมถึงเริ่มมีเสียงระเบิดเกิดขึ้น ซึ่งขณะนั้นยอมรับว่ากลัวมาจนกระทั่งนายจ้างติดต่อแจ้งว่าจำเป็นต้องอพยพออกจากเคียฟและกลับไทยซึ่งให้หลบภัยในที่พักก่อน รอรถมารับจนกระทั่งมีรถบัสเล็กมารับจากที่พักซึ่งจะต้องเดินทางมายังสนามบินใช้เวลา 15 ชั่วโมง และตลอดการเดินทางเห็นการปะทะกันอย่างรุนแรง แม้กระทั่งถูกรถถังตัดหน้ารถบัสที่ตนเองนั่งโดยสารมา ไม่เว้นแม้แต่กระสุนปืนใหญ่ที่ข้ามหัวขณะนั่งรถผ่านเมืองเคียฟ ตนเองพอก้าวขึ้นเครื่องบินกลับได้ก็รู้สึกถึงความปลอดภัยและได้กลับบ้านเกิดแล้ว ขณะที่ นาย ฉัตรชัย วิริยะเวชกุล อธิบดีกรมการกรงศุล ระบุว่า วันนี้มีคนไทยดินทางกลับจากยูเครนจำนวน 61คน(เที่ยวแรก16คนเที่ยวสอง45คน) ถ้านับจากที่เราช่วยเหลือมาเมื่อวันที่ 2 รวม 96 คนและวันที่ 3 อีก 40 คนรวมที่กระทรวงการต่างประเทศรวมคนไทยที่เดินทางออกมาเองอีกประมาณ 3-4 คนรวมเป็น 203 คน ซึ่งก็เกือบจะครบทุกคนแล้วที่มีคามจำเป็นต้องเดินทางออกมาเราก็ได้ให้การช่วยเหลือให้กลับมาถึงประเทศไทยโดยสวัสดิ์ภาพ อันนี้ก็เป็นความร่วมมือที่ดีระหว่างกระทรวงต่างประเทศและท่าอากาศยานสุวรรณภูมิที่ช่วงดูแลเรื่องสถานที่ทางกระทรวงคมนาคมได้ช่วยจัดรถไปส่งที่สถาบันบำราศวราดูรและได้กรมควบคุมโรคกระทรวงสาธารณสุขดูเรื่องการสวอป เรื่องสถานที่กักกันตัวเพื่อให้เป็นไปตามมาตรการกระทรวงสาธารณสุขของไทยก็ถือว่าภาระกิจที่ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศช่วยเหลือคนไทยให้ดีที่สุด ซึ่งก็ได้ดำเนินการมาเกือบเสร็จสิ้นสำบูรณ์แล้ว ซึ่งก็จะมีเดินทางกลับมาอีกหนึ่งล็อตน่าจะเป็นวันจันทร์อีกประมาณ 20 กว่าคนก็เรียกว่าเป็นล็อตท้าย ๆ สำหรับคนไทยที่ประสงค์จะเดินทางกลับรอให้สถานทูตทั้งสองแห่งที่ช่วย คือสถานทูตไทยที่กรุงวอซอกับสถานทูตไทยที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย สองจุดที่รอรับคนไทยที่จะกลับประเทศไทย จริง ๆ สถานทูตก็ได้มีการประสานทางคนไทยในยูเครนตั้งแต่เริ่มก่อนที่จะเกิดความวุ่นวาย ว่าเมื่อเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้นจะต้องทำอย่างไรบ้างซึ่งนายจ้างก็ให้ความร่วมมือที่ดีกับทางสถานทูตในเรื่องการจัดรถจัดสถานที่พักชั่วคราวก่อนที่จะเดินทางออกมา ซึ่งการเดินทางมาจากแต่ละเมืองมาถึงเมืองที่เราตั้งเป็นศูนย์ปฏิบัติการณ์ช่วยเหลือคนไทยที่อยู่ห่างไกลก็ต้องดูแลกันตลอดเส้นทางเมื่อมาถึงแล้วเราก็ทยอยพาข้ามแดนออกมาเพื่อมาขึ้นเครื่องบินกลับ และตอนนี้คนไทยที่ไม่ประสงค์เดินทางกลับมีประมาณ 20 กว่าคนเพราะเขามีครอบครัวอยู่ที่ยูเครน และจากตัวเลขที่สถานทูตได้เช็คเข้าใจว่ามีอีกเพียง 1 คนเท่านั้นที่อยู่ระหว่างการเดินทาง ที่เหลือได้ทยอยเข้ารอที่ศูนย์พักคอยศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือคนไทยที่เมืองลวีฟ ซึ่งอีก 1 คนที่เหลือน่าจะอยู่ที่กลางเมืองเทียฟแต่ทางสถานทูตอยู่ระหว่างติดต่ออยู่ว่าถ้ามีความปลอดภัยในการเดินทางก็คงหาทางเคลื่อนย้ายออกมา