ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง และตำรวจ ตชด. ปูพรม 4 จุด เข้าตรวจยึดไม้ลักลอบตัดในเขตอุทยาน

ภูมิภาค15 ก.ค. 2566 • 15:41 น.
ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ สนธิกำลังฝ่ายปกครอง และตำรวจ ตชด. ปูพรม 4 จุด เข้าตรวจยึดไม้ลักลอบตัดในเขตอุทยาน

ชุดพยัคฆ์ไพร กรมป่าไม้ สนธิกำลังป่าไม้ในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง และตำรวจ ตชด. ปูพรม 4 จุด เข้าตรวจยึดไม้ประดู่ ไม้มะค่าโมง ทั้งท่อนและแปรรูป หลังนำมาซุกซ่อนภายในหมู่บ้าน ด้านพลเมืองดีส่งหนังสือถึงผู้ว่า ฯ  แพร่ ร้องเรียนว่าพบกลุ่มขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำสา และป่าแม่สาครฝั่งซ้าย ท้องที่ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน

นายชาญชัย กิจศักดาภาพ ผู้อำนวยการส่วนปฏิบัติการพิเศษ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจปราบปรามพิเศษ (พยัคฆ์ไพร) กรมป่าไม้ นำกำลังเจ้าหน้าที่สนธิกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า สจป.3 สาขาแพร่ ฝ่ายปกครองจังหวัดแพร่ โดยป้องกันจังหวัดแพร่ เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ พร.5 (ห้วยเก็ต) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน.13 (น้ำสา) เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ นน. 14 (แม่สาคร) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษป่าไม้ สจป. ที่ 3 สาขาแพร่ และตำรวจตระเวนชายแดน ร้อย ตชด. 323 และร้อย ตชด. 324 วางแผนปฏิบัติการเข้าตรวจสอบ โดยปูพรมตรวจสอบจุดพิกัดเป้าหมาย 4 จุด ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าน้ำสา และป่าแม่สาครฝั่งซ้าย หลังมีพลเมืองดีไม่ประสงค์ออกนามส่งหนังสือแจ้งเบาะแส ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ซึ่งข้อมูลตรงกับสายลับซึ่งแฝงตัวในพื้นที่ แจ้งว่ามีกลุ่มขบวนการลักลอบทำไม้มีค่าออกจากเขตป่าสงวนแห่งชาติเพื่อส่งขายให้นายทุน โดยนำมาซุกซ่อนไว้บริเวณบ้านบ่อหอย ตำบลยาบหัวนา อำเภอเวียงสา จังหวัดน่าน ใกล้เคียงกับพื้นที่ป่ารอยต่อจังหวัดแพร่กับจังหวัดน่าน 

จากการเข้าตรวจสอ เจ้าหน้าที่พบไม้ไม้มะค่าโมง และไม้ประดู่ ทั้งท่อนและแปรรูป 2 จุด โดยจุดแรกพบไม้ประดู่ท่อน 8 ท่อน ไม้ประดู่แปรรูป 8 แผ่น/ชิ้น ปริมาตร 4.07 ลูกบาศก์เมตร จุดที่ 2 พบไม้มะค่าโมงแปรรูป 1 แผ่น ไม้ประดู่แปรรูปอีก 30 แผ่น ปริมาตร 2.97 ลูกบาศก์เมตร รวมปริมาตรทั้ง 2 จุด 7.01 ลูกบาศก์เมตร ขณะที่จุดที่ 3 และ 4 พบร่องรอยมีการนำไม้มาซุกซ่อน อำพรางไว้ แต่ได้มีการลักลอบขนไม้ดังกล่าวออกไปก่อนที่เจ้าหน้าที่จะเข้าดำเนินการตรวจสอบ และผู้กระทำผิดไหวตัวทัน จึงได้ทำการสืบสวนเชิงลึกพบว่า บริเวณดังกล่าวมีหญิงคนหนึ่งเป็นผู้ครอบครองที่ดิน 

เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ จึงได้ทำการตรวจยึดไม้ท่อนและไม้แปรรูปทั้งหมด พร้อมทั้งรวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเวียงสา จังหวัดน่าน เพื่อออกหมายเรียกผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ในฐานความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 48 ประกอบมาตรา 73  มาตรา 69 มาตรา 70 และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31 ต่อไป.