ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต ลุงวัย 56 ขับรถชนนายช่างโยธาดับ สารภาพเหลือ 25 ปี

ภูมิภาค25 ก.ค. 2563 • 02:46 น.
ศาลสั่งจำคุกตลอดชีวิต ลุงวัย 56 ขับรถชนนายช่างโยธาดับ สารภาพเหลือ 25 ปี
จากกรณี นายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านสุดโหดขับรถเก๋งพุ่งชน นายสุพรรณ ญาติบรรทุง อายุ 57 ปี นายช่างโยธา กรมทางหลวงชนบท ขณะกำลังยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าบ้านแล้วลากไปไกล 50 เมตร จนเสียชีวิต หลังมีปากเสียงกันเรื่องราวตากผ้าขวางหน้าบ้าน ก่อนขับรถไปจอดทิ้งไว้ที่สนามฟุตบอล ห่างไป 3 กม.แล้วหลบหนีไป ต่อมาตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ได้ออกหมายจับในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ต่อมา นายไพบูลย์ เดินทางมาติดต่อขอมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ล่าสุด เมื่อเวลา 09.00 น.วานนี้ (24 ก.ค 63) ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่านคำพิพากษาคดีที่ นายไพบูลย์ ส่างสาร อายุ 56 ปี เพื่อนบ้านสุดโหดขับรถเก๋งพุ่งชน นายสุพรรณ ญาติบรรทุง อายุ 57 ปี นายช่างโยธา กรมทางหลวงชนบท จนเสียชีวิต ที่หมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ จ.พระนครศรีอยุธยา ได้ออกพิจารณาคดีดังกล่าวโดยทางศาลชั้นต้นพิจารณาโจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยเจตนาฆ่าขับรถยนต์ชนนายสุพรรณ ผู้ตาย อย่างแรง ขณะยืนหันหลังอยู่บริเวณหนบ้านริมถนนภายในหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ รถยนต์บดทับและลากร่างผู้ตายติดไปเป็นระยะทางประมาณ 21 เมตร ผู้ตายถึงแก่ความตายในที่เกิดเหตุ จำเลยให้การรับสารภาพ พยานโจทก์เบิกความว่า จำเลยรับจ้างขับรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้าของพยาน เพื่อรับส่งบุตรของพยาน เวลา 08.00 น. จำเลยมาที่บ้านของพยาน ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านของผู้ตายเพื่อขับรถไปส่งบุตรของพยานเรียนพิเศษ โดยมีบิดาของพยานโดยสารไปกับจำเลย จำเลยพูดเบาๆว่า "ขับรถชนซะดีมั้ย" แล้วขับรถถอยหลังกลับรถที่หน้าบ้านพยานจากนั้นเหยียบคันเร่งเดินหน้าอย่างรวดเร็ว จนรถยนต์ชนกับผู้ตายอย่างแรง สาเหตุเนื่องจากผู้ตายกับจำเลยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกัน เนื่องจากต่างเป็นกรรมการหมู่บ้านกรุงศรีซิตี้ จำเลยอ้างว่าผู้ตายนินทาว่าร้ายจำเลยในทางเสื่อมเสียกับคณะกรรมการประกอบกับภาพเคลื่อนไหวของกล้องบันทึกภาพหน้ารถคันที่ก่อเหตุพบว่ารถคันที่ชนผู้ตายและสถานที่เกิดเหตุสอดรับกับที่พยานเบิกความ การที่จำเลยขับรถยนต์ด้วยความเร็วชนกระแทกผู้ตายอย่างแรงแล้วลากร่างผู้ตายห่างไปจากจุดชนประมาณ 21 เมตร แสดงว่าจำเลยประสงค์ต่อชีวิตของผู้ตาย จำเลยจึงมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่น จำเลยจึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุกตลอดชีวิต จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 25 ปี ให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายทดแทนแก่โจทก์ร่วมที่ 1 เป็นเงิน 2,582,085 บาท และโจทก์ร่วมที่ 2 เป็นเงิน 824,700 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 บาท ต่อปี ของเงินแต่ละจำนวนดังกล่าว นับแต่วันทำละเมิด ทั้งนี้ บรรยากาศที่ ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ระหว่างการตัดสินศาลได้นั่งบัลลังก์โดยการวิดีโอคอลกับผู้ต้องหาที่อยู่ในเรือนจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยไม่ได้เดินทางมารับฟัง มีนางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยา ของผู้เสียชีวิตและทนายความมานั่งรับฟัง ส่วนครอบครัวของผู้ต้องหานั้นเดินทางมาที่ศาลแต่ไม่ได้มานั่งรับฟัง และไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแต่อย่างใด นางปานกมล รัศมี อายุ 44 ปี ภรรยา นายสุพรรณ์ ญาติบรรทุง เปิดเผยว่า ขอบคุณศาลที่ให้ความเมตตาและให้ความยุติธรรมกับครอบครัวตนเอง อยากบอกกับสังคมว่า ทุกวันนี้ สังคมอยู่ยากขึ้นมีคนหัวร้อนมากขึ้น ใช้แต่อารมณ์ในการตัดสินจนเกิดเรื่องร้าย หลังจากเกิดเหตุการณ์ตนเองไม่เคยมีวันไหนที่ไม่ร้องไห้เลย แต่ตนต้องเข้มแข็งเพื่อลูกชาย ตนต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ และตั้งแต่เกิดเหตุมาตนไม่เคยได้รับการเยียวยาจากครอบครัวผู้ต้องหาเลย และไม่เคยมีการพูดคุยกันเลยตั้งแต่เกิดเรื่อง