ผู้ว่าฯแปดริ้วลงพื้นที่ประเมินความเสียหายเหตุเพลิงไหม้โรงเก็บยางรถยนต์เก่า
จากกรณีเมื่อวันที่ 15 เมษายน 2566 เวลาประมาณ 19.00น.เกิดเหตุเพลิงไหม้โรงยางบนถนนสายหนองครก-โป่งนกเป้า เลขที่707 ม.9 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทราต้องระดมรถน้ำดับเพลิงกว่า25คันฉีดน้ำพร้อมกับใช้รถแบคโฮเข้าเกลี่ยพื้นที่เพื่อให้ไฟดับสนิดจนเหลือแต่ควันไฟเพียงเล็กน้อยดังที่เป็นข่าวไปแล้วนั้น
วันที่16 เมษายน 2566 เวลา 07.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่จุดเกิดเหตุเพลิงไหม้พร้อมประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและได้ประสานสาธารณสุขจังหวัดฉะเชิงเทรา เข้าตรวจสอบประเมินสุขภาพประชาชนและให้คำแนะนำประชาชนในพื้นที่ โดยประสานกรมควบคุมมลพิษเข้าตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสภาพอากาศโดยรอบพื้นที่และใกล้เคียง
ทั้งนี้ นายขจรเกียรติ กล่าวว่า เวลานี้สามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามไว้ได้แล้ว ไม่มีผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิตขณะนี้อยู่ในกระบวนการดับเพลิงให้ดับสนิท โดยประสานทั้งนายก อบจ. และ ปภ.เขต สนับสนุนรถดับเพลิงและรถแบคโฮ 4 คันเพิ่มเติมเพื่อร่วมทำงานกับพี่น้อง อปท.และอาสากู้ภัยในการเกลี่ยกองยาง ใด้เร่งรัดเวลาแล้วและขอให้ในช่วง 1-2 วันนี้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอแปลงยาว และอำเภอใกล้เคียง อ.สนามชัยเขต อ. พนมสารคาม อ.บางคล้า ท่าตะเกียบ แจ้งเตือนผ่านนายอำเภอ กำนันผู้ใหญ่บ้าน อปท. สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในที่โล่งแจ้ง และหากไม่มีหน้ากากอนามัยสามารถรับได้ที่ รพ.สต.ใกล้บ้านทุกแห่ง
ซึ่งขณะนี้ได้ให้สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 13 ตรวจวัดคุณภาพอากาศ เพื่อปรับมาตรการหากมีค่าเกินมาตรฐาน พี่น้องประชาชนหากได้รับผลกระทบด้านสุขภาพหรือการหายใจให้รีบไปพบแพทย์ที่ รพ.ใกล้บ้าน หรืรพ.สต. ในพื้นที่ และให้โรงงานสนับสนุนอาหารและเครื่องดื่มแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างเพียงพอ
โรงงานที่เกิดเหตุไม่มีที่ตั้งใกล้แหล่งน้ำสาธารณะจึงไม่มีปัจจัยเรื่องการปนเปื้อน ซึ่งหลังจากเพลิงสงบแล้วได้มอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดฉะเชิงเทราในการควบคุมให้โรงงานนำของเสียจากการดับเพลิงไปทำลายอย่างมีมาตรฐาน
อีกทั้งได้มอบหมายนายอำเภอแปลงยาวในการเป็นผู้บัญชาการ และให้ข้อมูลหลักเพื่อความเป็นเอกภาพ และเป็นผู้ใกล้ชิดกับพื้นที่ส่วนมูลค่าความเสียหายอยู่ประมาณ 10 ล้านบาท