จับกุมกลุ่มชาวตำบลจรัสรวมตัวสะสมเก็บไม้พะยูงส่งขายให้นายทุนชาวกัมพูชากก.ละ 30 บาท
เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานสนธิกำลัง เข้าตรวจค้นและจับกุมกลุ่มชาวตำบลจรัส รวมตัวสระสมเก็บไม้พะยูง ส่งขายให้นายทุนชาวกัมพูชา กก.ละ 30 บาท ทำมาหลายครั้งแล้ว ส่งดำเนินคดีตามกฏหมาน
วันที่ 18 ตุลาคม 2567 ผู้ที่บ้านเลขที่ 47 ม.10 ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ ภายใต้การอำนวยการของนายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และ
พันธุ์พืช ที่ให้ดำเนินการตามมาตรการเพื่อการป้องกันปราบปรามการประทำผิดกฎหมายป่าไม้อย่างเข้มงวด ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดสุรินทร์ นำโดย ร.ต.อ.ปราโมทย์ เที่ยงธรรม รอง สว. กก.สืบสว ภ.จว.สุรินทร์ ร่วมกับ เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนสถานีตำรวจภูธรบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ร.ต.อ.พิชัย วิศิษฐ์สุขสกุล รอง สว.สส. สถานีตำรวจภูธรบัวเชด หน่วยปราบปรามยาเสพติด ขกท.ศปก.ทบ.(นฝด.22, ขกท.กกล.สุรนารี) นำโดย พ.ต. รัชกฤต อุ่นธรรม หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ นำโดย นายรัฐพล บุญมี หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน -ห้วยสำราญ ฝ่ายปกครองอำเภอบัวเชด นำโดย นายสุชาติ สุภาพันธ์ ปลัดอำเภอบัวเชด ชุดปฏิบัติการข่าว ประจำจังหวัดสุรินทร์ กอ.รมน.ภาค 2 สย.2 หน่วยเฉพาะกิจที่ 2 กองกำลังสุรนารีเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยศาลา กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 214 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 2 (ตอ./น.) หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 พร้อมคณะพนักงานเจ้าหน้าที่ อีกหลายหน่วยงาน ได้ร่วมสืบสวนขบวนการค้าไม้พะยูง
และล่าสัตว์ป่าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
โดยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2567 ได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีการ ลักลอบตัดไม้พะยูงตามแนวชายแดนในท้องที่อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ แล้วได้ทำการแปรรูปเพื่อส่งขายให้แก่นายทุน โดยมีกลุ่มบุคคลจำนวนหลายคนได้ลงมือก่อเหตุ โดยใช้รถจักรยานยนต์บรรทุกไม้พะยูง ลำเลียงออกจากป่าอนุรักษ์ตามแนวชายแดน นำมาพักรอนายทุนมารับซื้อ ที่บ้านโอทะลันพัฒนา หมู่ที่ 10 ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ โดยสืบทราบ พฤติการณ์บ้านหลังดังกล่าวมีการรับซื้อไม้พะยูงมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถจับกุมมาดำเนินคดีได้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนลงพื้นที่ทำการสืบสวนรวบรวมข้อเท็จจริง
จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม 2567 จนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าว ในช่วงเวลากลางคืน จะมีจักรยานยนต์บรรทุกไม้พะยูงทยอยนำไม้เข้ามาเก็บพักไว้ที่ บ้านหลังนี้ จำนวนหลายเที่ยว และพบว่าเมื่อรวบรวมไม้พะยูงได้จำนวนมากเพียงพอจะมีการติดต่อนายทุนมารับซื้อสัปดาห์ละหนึ่งถึงสองครั้ง โดยผู้ก่อเหตุได้ทำมาเป็นเวลานานแล้ว และเป็นอาชีพหลัก บ้านหลังดังกล่าวมี การนำไม้พะยูงจากพื้นที่เขตป่าอนุรักษ์มาเก็บรวบรวมไว้ติดต่อกันมา 3 วันแล้ว จึงเชื่อว่าที่บ้านหลังดังกล่าวจะมีไม้หวงห้ามซึ่งได้มาโดยผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่เป็นจำนวนมากเพียงพอ ที่จะขายให้แก่นายทุนแล้ว หากช้าอาจจะขายให้แก่นายทุนหรือมีการขนย้ายไม้หวงห้ามไปยังสถานที่อื่นเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปราม การลักลอบตัดไม้ทำลายป่าทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จึงมีความจำเป็นในการขอหมายค้น
เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการขอหมายค้นจากศาลจังหวัดสุรินทร์ เพื่อเข้าค้นตรวจสอบบ้านหลังดังกล่าว ตามหมายค้นศาลจังหวัดสุรินทร์ ที่ 178/2567 ลงวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ณ บ้านเลขที่ 47 ม. 10 ต.จรัส อ.บัวเชด จ. สุรินทร์ ในวันที่ 16 ตุลาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 05.00 น. เป็นต้นไปในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน -ห้วยสำราญ ท้องที่บ้านโอละทันพัฒนา หมู่ที่ 10 ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ โดยเป็นแปลงที่ได้รับการสำรวจถือครองตามมาตรา 121 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 รายชื่อผู้ครอบครอง นายปลอม จงหาญ ซึ่งเป็นบิดา ของนายสำเริง จงหาญ โดยขณะเข้าตรวจค้น นายสำเริง จงหาญ ผู้อาศัย ไม่อยู่ที่บ้าน โดยมีนางเหนือ ศรีสุวรรณ อายุ 56 ปี ภรรยานายสำเริง จงหาญ อยู่ภายในบ้านพักหมายค้นให้นางเหนือฯ รับฟัง และรับทราบและเข้าทำการตรวจค้น โดยนางเหนือฯ เป็นผู้รับทราบหมายค้น โดยมี นายบรรจง โคมชัย ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโอทะลัน หมู่ที่ 10 เป็นพยาน จากการเข้าตรวจค้น พบกองไม้พะยูงจำนวน 6 กอง อยู่บริเวณหน้าบ้าน 1 กอง และเก็บไว้ภายในบริเวณบ้านที่พักอาศัยจำนวน 4 กอง โดยใช้ผ้าสีน้ำตาลปกคลุมไว้บางส่วน เป็นส่วนของลำต้น กิ่งก้าน และรากไม้พะยูง ที่มีการตัด ขุดมาจากตอ ตรวจวัดและนับได้รวม 131 ท่อน ปริมาตร 1.084 ลูกบาศก์เมตร
นอกจากนี้ยังพบกลุ่มบุคคลพักอาศัยอยู่ในบ้าน ได้แก่ นายศรัณยู อายุ 20 ปี บ้าน หมู่ที่ 10 ตำบลจรัส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ นางสาวสถิต อายุ 49 ปี บ้าน หมู่ที่ 23 ตำบล โสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ นายกฤษฎา อายุ 20 ปี บ้าน หมู่ที่ 23 ตำบลโสน อำเภอขุขันธ์ จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นบุตรของนางสาวสถิตฯ
พบรถจักรยานยนต์จำนวน 3 คัน ได้แก่ รถจักรยานยนต์ HONDA-WAVE 110I สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 2 กข 4551 สุรินทร์ ของนายศรัญยู รถจักรยานยนต์ Yamaha Spark สีแดง-เทา ทะเบียน กฉพ 611 ยโสธร นางเหนือ รถจักรยานยนต์ HONDA-WAVE I ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สีแดง-จำนวน 1 คัน ของนางเหนือ และตรวจพบอุปกรณ์การทำไม้ที่ตรวจพบในบ้านพัก ได้แก่ เลื่อยโซ่ยนต์ สีขาว – ส้ม ไม่ทราบยี่ห้อจำนวน 1 เครื่อง, บาร์เลื่อยโซ่ขนาดกว้าง 35 นิ้ว จำนวน 1 แผ่น , โซ่เลื่อยโซ่ จำนวน 2 เส้น , น้ำมันดำหล่อ ลื่นบรรจุในขวดสีทอง เหลือประมาณ 1 ใน 3 ของขวด จำนวน 1 ขวด , ขวานพร้อมด้าม จำนวน 2 เล่ม , ตาชั่ง จำนวน 1 เครื่อง และ ไฟฉายคาดหัว สีเขียว จำนวน 1 อัน โดยนางเหนือ ศรีสุวรรณ รับว่าอุปกรณ์การกระทำผิดดังกล่าวข้างต้นเป็นของตน เจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นตัวและสัมภาระติดตัวของนายศรัญญู จงหาญ พบอุปกรณ์กระทำผิด ได้แก่ เลื่อยมือตัดกิ่งพร้อมด้าม จำนวน 1 ปื้น มีดปลายแหลม จำนวน 1 เล่ม เสียม จำนวน 2 เล่ม โดยนายศรัญยู รับว่า อุปกรณ์การกระทำผิดดังกล่าวข้างต้นเป็นของตน
คณะเจ้าหน้าที่ สอบถามบุคคลทั้ง 4 คน ได้ความดังนี้ นางเหนือ ให้การว่าตน เป็นภรรยาของนายสำเริง จงหาญ และพักอาศัยในบ้านพักหลังดังกล่าว โดยเป็นบ้านของพ่อสามีตน สามีของตน เป็นผู้ป่วย ที่สุขภาพร่างกายไม่แข็งแรง ต้องกินยาอยู่โดยตลอดโดยตนเป็นผู้ประสานงานให้นายหน้าเพื่อขายต่อให้พ่อค้า โดยได้รวบรวมไม้มาจากในเขตป่าของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ โดยอุปกรณ์ที่อยู่ในบ้าน เป็นของตนเอง โดยติดต่อซื้อขายกับอาจารย์พิน (นางเหนือฯไม่ทราบชื่อ - นามสกุลจริง แต่สามารถจดจำหน้าตาได้เป็นอย่างดี ) โดยติดต่อผ่านโทรศัพท์
โดยคณะเจ้าหน้าที่ได้สืบค้นข้อมูลทะเบียนราษฎร์ตามข้อมูลที่นางเหนือฯ ให้ข้อมูล และได้แสดงรูปของบุคคลจากทะเบียนราษฎร์ ทราบชื่อ นายพิน หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน 3 อาศัยอยู่ บ้านเลขที่ 161 หมู่ที่ 5 ต.อาโพน อ. บัวเชด จังหวัดสุรินทร์ นางเหนือฯ ให้การยืนยันว่า คือ อาจารย์พิน ที่เป็นพ่อค้าติดต่อซื้อขายไม้พะยูงจากตนจริง โดยพฤติการณ์ ในการซื้อขายนางเหนือฯ ให้การว่า อาจารย์พิน จะเป็นนายหน้า ติดต่อมาที่ตน หลายครั้ง โดยหมายเลขโทรศัพท์ของตน โดยติดต่อซื้อให้พ่อค้าชาว กัมพูชา และพ่อค้าชาวกัมพูชาเคยเข้ามารับซื้อไม้พะยูงที่บ้านกับนางเหนือฯแล้ว ประมาณช่วงเดือนที่แล้วแต่มาใน เวลากลางคืน ตนจึงจำหน้าไม่ได้ โดยอาจารย์พิน ไม่ได้มาด้วย โดยซื้อในราคากิโลกรัมละ 30 บาท แต่จะไม่ได้ชั่งน้ำหนักไว้ก่อน พ่อค้าจะเป็นคนมาคัดไม้ ถ้ามีขนาดเล็ก และเนื้อไม้ไม่สวย ก็จะคัดทิ้ง แล้วค่อยชั่งน้ำหนักและ จ่ายเงิน โดยหลานๆ และญาติของตน คนละ 300-400 บาท แต่ตนไม่ได้รับค่าจ้างจากการขายไม้ แต่หลานๆและญาติจะแบ่งให้ตนบ้างเพื่อนำไปซื้อข้าวสาร
นางสถิต ภูหอม ให้การว่า ตนเป็นลูกพี่ลูกน้องกับนางเหนือฯ ปกติมีอาชีพรับจ้างทั่วไป เพิ่งมาอยู่ที่ กระท่อมของนางเหนือฯ ประมาณ 3 เดือนที่แล้ว ตนย้ายมาอยู่ก่อน แล้วนายกฤษฎาฯ (ลูกชาย) จึงตามมาทีหลัง โดยเก็บหาพืชผักป่า กลอย เพื่อนำไปแลกข้าว และรับจ้างทั่วไป โดยไม้พะยูงที่กองอยู่ในบ้านที่ถูกตรวจค้นในครั้งนี้
มีของตน 1 กอง เมื่อประมาณ 2-3 วันที่แล้ว ตนได้ทยอยขนไม้ออกมาจากแถวกระท่อมของนางเหนือ ใช้ รถจักรยานยนต์ของนางเหนือฯ ขนในช่วงประมาณ 6 ทุ่ม ถึง ตีสาม โดยจะไปผูกเปลนอนที่กระท่อม และเข้าไปใน ป่าเพื่อขุดตอไม้พะยูงโดยใช้เสียม และใช้เลื่อยตัด ตอละประมาณ 3 ชั่วโมง ได้นำออกมาจากป่าและมาพักใน บ้านพักของนางเหนือฯ โดยขายผ่านนางเหนือฯ โดยตนไม่รู้จักคนที่มารับซื้อ ได้รับค่าจ้างกิโลกรัมละ 30 บาท โดยไม้ที่นำมาในครั้งนี้ ยังไม่ทราบว่าจะได้กี่บาท เนื่องจากพ่อค้าจะมาเลือกไม้เอง ถ้าคุณภาพดีต้องการซื้อจึงค่อย ชั่งน้ำหนักและจ่ายเป็นเงินสด โดยตนเคยเจอคนรับซื้อไม้มาซื้อไม้ที่บ้านหลังดังกล่าว แต่ตนไม่รู้จัก และจดจำไม่ได้ ตนเคยได้ค่าขายไม้มาแล้ว 1 ครั้ง เมื่อ 2 เดือนที่แล้ว จำนวน 400 บาท
นายศรัญยู ให้การว่าตนเป็นญาตินางเหนือ (บิดาตนเป็นน้องนางเหนือฯ) อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน มีอาชีพรับจ้างทั่วไป ตนเพิ่งเคยเก็บรวบรวมไม้พะยูงจากป่าอนุรักษ์เป็นครั้งแรก โดยนางเหนือฯ เป็นคนชักชวน แต่ เมื่อคืนวันที่ 15 ตุลาคม 2567 ตนและนายกฤษฎาฯ ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ไปด้วยกัน เข้าไปที่กระท่อมของนางเหนือ ฯ และนายกฤษฎา ฯ ได้ใช้รถจักรยานยนต์ขนไม้ออกมา ไว้ที่บ้านพักในหมู่บ้าน แต่ตนได้เดินตามออกมาจาก ป่า โดยไม่มีการขนไม้ของตนแต่อย่างใด แต่ไม้พะยูงที่กองในบ้านที่ตรวจค้น เป็นของตน 1 กอง ที่ได้มีการเข้าไปเก็บจากป่า และนำมารวบรวมไว้ก่อนแล้วเพื่อขาย โดยจะขายผ่านนางเหนือฯ ซึ่งเป็นคนติดต่อพ่อค้ามารับซื้อ โดยตนจะ ได้ค่าจ้าง กิโลกรัมละ 30 บาท แต่ยังไม่ทันได้ขายแก่นายทุน นายกฤษฎา ปัญญา ให้การว่า ตนไปอยู่ที่บ้านนางเหนือ เนื่องจากมารดา (นางสถิตฯ เป็นลูกพี่ลูกน้องนางเหนือ) ตนและแม่อยู่อีกหมู่บ้าน ที่ผ่านมา ตนไปอยู่ที่กระท่อม นางเหนือบอกให้ตนหาไม้พะยูงมาจากป่าอนุรักษ์ โดยการเดินไปเก็บหาไม้ เป็นรากไม้พะยูง กิ่งบางส่วน รวบรวมไว้บริเวณข้างทางในป่า รวมหลายๆ วัน จึง เอารถจักรยานยนต์ ใส่เบาะด้านหลังและรัด ขนมาไว้ที่กระท่อม โดยขนจากป่ามาบ้าน โดยใช้รถจักรยานยนต์ของนางเหนือในการขน เนื่องจากตนไม่มีรถจักรยานยนต์ ถ้าขายได้ตนจะได้รับค่าจ้างกิโลกรัมละ 30 บาท
โดยนางเหนือฯ จะได้ส่วนแบ่งจากการขายต่อ กองไม้ที่พบในบ้าน เป็นของตน 1 กอง แต่ยังไม่ทันได้ขายแก่นายทุน และนางเหนือฯ แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ว่า ขณะนั้น นายสำเริง จงหาญ สามีของตนอยู่ที่กระท่อมของตนเอง ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1-2 กิโลเมตร ในท้องที่บ้านโอละทันพัฒนาหมู่ที่ 10 ต.จรัส อ.บัวเชด จ.สุรินทร์ และได้นำเจ้าหน้าที่ไปยังจุดกระท่อมดังกล่าว โดยกระท่อมอยู่ในพื้นที่ทำกินที่ได้รับการสำรวจถือครองมาตรา 121 พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 รายชื่อผู้แจ้งครอบ ครอง คือ นางเหนือ ศรีสุวรรณ ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าห้วยทับทัน-ห้วยสำราญ คณะเจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวและเข้าตรวจค้น โดยมี นายบรรจง โคมชัย ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโอทะลันพัฒนา หมู่ที่ 10 เป็นพยาน ในการการเข้าตรวจค้น
ซึ่งในการจับกุมเจ้าหน้าที่ได้ทำไปตามอำนาจหน้าที่ในกรอบที่กฎหมายกำหนด และได้ส่งตัวผู้ต้องหาให้แก่ พงส. สภ.บัวเชด เพื่อดำเนินคดี และได้จัดทำเอกสารข้อมูลผังเครือข่ายเพื่อขยายผล ติดตามผู้กระทำผิดกฏหมายเพื่อดำเนินคดีต่อไป