พ่อคว้าปืนลูกซองยิ่งใส่โจ๋ บาดเจ็บ 3 ราย ยกพวกมาจะทำร้ายลูกชาย

ภูมิภาค17 ก.ย. 2563 • 03:47 น.
พ่อคว้าปืนลูกซองยิ่งใส่โจ๋ บาดเจ็บ 3 ราย ยกพวกมาจะทำร้ายลูกชาย
เมื่อเวลา 00.20 วันที่ 17กันยายน 2563 พ.ต.ท พีรกุล แฝงฤทธิ์หลง สว.( สอบสวน )สภ. บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ได้รับแจ้งเกิดเหตุทะเลาะวิวาทและใช้อาวุธปืนยิงกันมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บนถนน จอมพล ป. ม3 .ต. คุ้งลาน อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ พิษณุ พราหมณ์เทศ รอง ผบก.ภจว.พระนครศรีอยุธยา พ.ต.อ สถิตย์ สังข์ประไพ รรท. ผกก.สภ. บางปะอิน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน พร้อม ประสาน มูลนิธิพุทไธสวรรย์ ไปช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บ ริมถนนพบ รถยนต์กระบะ 4 ประตู อีซุซุ รุ่นดีแม๊ก สีขาว หมายเลขทะเบียน กร- 4689 ลพบุรี ที่ประตูและกระจกด้านข้างคนขับ มีรอยถูกยิงด้วยอาวุธปืน 21 รู ข้างรถพบผู้ได้รับบาดเจ็บชาย 1 ราย มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ศีรษะ อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลช่วยเหลือนำส่งโรงพยาบาลอุทัย ทราบชื่อ นาย วิโรจน์ ชูสร้อย อายุ30 ปี มีอาการสาหัส นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 2 ราย ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ทราบชื่อ วิรัตน์ ชูสร้อย อายุ 30ปี ถูกยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ และน.ส.กัลยา ไผ่ด้วง อายุ 21 ปี ที่นั่งอยู่ในรถยนต์กระบะถูกเศษกระจกบาดบริเวณ ที่หน้าอู่ซ่อมรถยนต์ ตรงข้ามกับที่ เกิดเหตุ พบ นาย ฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปี ยืนถืออาวุธปืนลูกซองยาวยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เข้าควบคุมตัว พบปลอกกระสุนลูกซองเบอร์12 จำนวน 1 ปลอก กระสนปืนลูกซอง เบอร์ 12 ตกอยู่ อีก จำนวน 1 นัด ซองเก็บลูกปืนพร้อมกระสุนปืนอีกจำนวน 2 นัด เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดเอาไว้เป็นหลักฐาน สอบถาม นาย ฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปี ทราบว่าตนเองได้ยินเสียงทะเลาวิวาทกันจึงออกมาดูพบว่าลูกชายของตนเองกำลังจะถูกทำร้าย กลุ่มวัยรุ่นวิ่งข้ามถนนมาจึงได้ คว้าอาวุธปืนลูกซอง ยิงไป1 นัด ตนเองยอมไม่ได้มาทำร้ายลูกชายของตนวันก่อนก็มาครั้งแล้ว นายพลวัฒน์ ภาควัดร์ อายุ 28 ปี ลูกชายผู้ก่อเหตุ กล่าวว่าตนเอง เป็นเจ้าของอู่ซ่อมรถยนต์ กลุ่มของผู้ได้รับบาดเจ็บได้มาจอดรถอยู่ทางด้านฝั่งตรงข้ามร้านจากนั้นก็เดินมาที่ร้าน ซึ่งตนอยู่ภายในอู่ เปิดไฟและแง้มประตูเอาไว้ได้ยินเสียงคล้ายปืนถูกที่ประตูของอู่ จึงออกมาดู พบกลุ่มผู้บาดเจ็บ จอดรถอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน จึงเกิดการโต้เถียงกัน ถ้าทายกัน หนึ่งในผู้บาดเจ็บเดินข้ามถนนมา จะเอามีดแทงตน จึงได้ตะโกนเรียกพ่อว่าพวกมันมาอีกแล้วและให้พ่อหยิบปืนมาด้วย จากนั้นพ่อออกมา แล้วใช้อาวุธปืนลูกซองยิงใส่ผู้บาดเจ็บก่อนยืนรอพบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่วนกลุ่มผู้บาดเจ็บนั้น ก็เปิดอู่ซ่อมรถเหมือนกัน ก่อนหน้านี้ ตนเอง ได้เข้าไปคอมเม้น ใน Facebook ของรุ่นพี่เกี่ยวกับการซ่อมรถยนต์ จนมีการตอบโต้กันไปมา ซึ่งเมือคืนวันที่ 15 ก.ย.2563 ที่ผ่านมากลุ่มของผู้บาดเจ็บ ได้ขับรถยนต์เก๋งมาเบิ้ลเครื่องยนต์รถเสียงดังอยู่หน้าร้าน ตนเองจึงออกมาดู และขับรถยนต์ไล่ตามไป จนเกิดการโต้งเถียงกันท้าทายกันแล้วแยกย้ายกันไป จนมาคืนนี้กลุ่มผู้บาดเจ็บก็ขับรถมาหาเรื่องจึงเกิดการทะเลาะและมีการยิงกันจนมีผู้บาดเจ็บดังกล่าว ด้านพ.ต.อ สถิตย์ สังข์ประไพ รักษาการ ผกก.สภ. บางปะอิน กล่าวว่าจากการสอบส่วนเบื้องต้นลูกชายผู้ก่อเหตุมีอาชีพเปิดอู่ช่อมรถเหมือนกันกับผู้บาดเจ็บ แล้วนายพลวัฒน์ ลูกชายผู้ก่อเหตุได้มีการไปคอมเม้นในเฟสบุ๊คของรุ่นพี่ ซึ่งมีกลุ่มของผู้บาดเจ็บเป็นเพื่อนด้วยทำให้ เห็นคอมเม้นในเฟสบุ๊ค อาจเกิดความไม่พอใจแล้วมีการมาหาเรื่องนายพลวัฒน์ ที่หน้าร้าน ก่อนหน้านั้นแล้ว1 วันจนวันนี้ย้อนกลับมาอีกครั้ง จึงทำให้นายฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปี ผู้เป็นพ่อออกมาปกป้องลูกชาย จึงใช้อาวุธปืนก่อเหตุดังกล่าวส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่าคู่กรณีมีการใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาก่อนนั่น ยังไม่พบพยานหลักฐานและการตรวจสอบภายในรถยนต์ของผู้บาดเจ็บก็ไม่พบอาวุธปืน ในเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นาย ฐิติพงศ์ ภาควัตร์ อายุ 56 ปีผู้ต้องหาไปสอบสวนพร้อมแจ้งข้อกล่าวหา กับนายฐิติพงศ์ ภาควัตร์ในข้อหาพยายาม ฆ่าผู้อื่นมีอาวุธปีนไว้ในครอบครอง ไว้ก่อน พร้อมกับจะสอบสวนผู้บาดเจ็บอย่างละเอียดอีกครั้ง วัชระ บุญแท้/อยุธยา