นักประวัติศาสตร์จวกอ้างม.112พร่ำเพรื่อด้อยค่าสถาบัน ยันกม.ไม่ทำร้ายใครถ้าไม่ละเมิด
นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ โพสต์ข้อความระบุว่า ประวัติศาสตร์จิตสำนึก
ประวัติศาสตร์การเมืองไทย (สยาม) หัวข้อ การเมืองช่วงปลายอยุธยากับสมัยรัตนโกสินทร์ทุกช่วงเวลามีความน่าสนใจเป็นที่สุด หากแต่ผู้คนที่สนใจประวัติศาสตร์ก็สมควรพึงระลึกเสมอว่า ผู้ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งยวดและขับเคลื่อนประวัติศาสตร์ในช่วงสองยุคสมัยนี้คือสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งมีห้วงเวลาในระบบการเมืองการปกครองที่แตกต่างกัน ดังนั้นหากไม่เข้าใจเรื่อง เวลาและสถานที่ อันเป็นเหตุผลสำคัญในเบื้องแรกที่จะทำการศึกษาแล้ว ย่อมทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นมาได้
เดียวนี้ข้าพเจ้าได้แลเห็นว่า เยาวชนคนรุ่นใหม่และผู้เฒ่าผู้แก่บางกลุ่มออกมาขับเคลื่อนสนับสนุนให้จงเกลียดจงชังสถาบันพระมหากษัตริย์ได้นำเอามาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญามาอ้างอย่างพร่ำเพื่อ โดยทำให้ดูเหมือนว่าองค์พระมหากษัตริย์ในแต่ละยุคไม่มีความสำคัญ ไม่มีพระมหากรุณาธิคุณ ไม่ทรงเป็นผู้นำทางการเมืองและการทหาร ไม่เคยทรงทำอะไรให้กับประเทศนี้เลย อันนี้ข้าพเจ้าว่ามันช่างดูไร้สาระ ไร้รากความเข้าใจในประวัติศาสตร์ประเทศตนเอง นี่ยังไม่นับรวมความรู้ซึ้งซึ่งบุญคุณ ความกตัญญูกตเวที อันคิดไปไม่ได้ว่าผู้คนกลุ่มนี้จะมีอยู่ในจิตใจ
วิชาประวัติศาสตร์มีความสำคัญเป็นบทเรียนเป็นพื้นฐานความเป็นพลเมืองที่จำเป็น รู้อดีต จึงรู้ปัจจุบันและคาดการณ์อนาคตได้
ที่นี้มันอยู่ที่จิตสำนึก จิตสำนึกส่วนตัว ส่วนรวมอันสาธารณะที่ผู้ปกครองทุกระดับพึงมี ความหมายนี้ของข้าพเจ้าคือข้าราชการทั้งข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำและพวกที่อ้างตัวว่ามีความจงรักภักดี
มาตรา 112 ไม่เคยทำร้ายใคร ถ้าไม่ไปละเมิด พึงอ่านรัฐธรรมนูญให้ดี มันมีส่วนหน้าที่ความเป็นปวงชนชาวไทยด้วย