มทบ.39 ล่องเรือตรวจลำน้ำยมดูพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดน้ำเอ่อล้นตลิ่ง รับมวลน้ำจากสุโขทัย เตรียมผันเข้าทุ่งบางระกำโมเดล
ตามที่ได้เกิดฝนตกติดต่อกันเป็นเวลานาน ทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ หินถล่ม ในพื้นที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน , จังหวัดน่าน, จังหวัดเชียงใหม่, จังหวัดแพร่ , จังหวัดอุตรดิตถ์ และจังหวัดสุโขทัย ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว จะทำให้มวลน้ำจากพื้นที่จังหวัดสุโขทัยจำนวนมากไหลมาที่ จังหวัดพิษณุโลก โดยมีพื้นที่เสี่ยงคือ อำเภอบางระกำ และ อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก ดังนั้น
เมื่อวันที่ 25 ส.ค.63 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พลตรี ทวีศักดิ์ วงศ์ทวีทรัพย์ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39/ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยมณฑลทหารบกที่ 39 พร้อมด้วย นายอำเภอบางระกำ, ผู้แทน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดพิษณุโลก ,เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน สำนักงานชลประทานที่ 3 , ผู้แทนสำนักงานชลประทานพิษณุโลก , กำนัน ตำบลบางระกำ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เดินทางเข้าพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อติดตามเตรียมการการบริหารจัดการน้ำในลุ่มน้ำยมช่วงฤดูน้ำหลาก ซึ่งการวางแผนบริหารจัดการล่วงหน้าก่อนน้ำหลากมาถึงจำนวนมาก และ เตรียมการพื้นที่บางระกำโมเดล สำหรับรองรับมวลน้ำ และได้ใช้เรือล่องสำรวจพื้นที่เสี่ยงที่อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งตามลำน้ำยมเพื่อเตรียมการวางแผนช่วยเหลือประชาชนริมสองฝั่งน้ำ
“จากสภาพอากาศที่แปรปรวน และประกอบกับร่องมรสุมพัดผ่าน ทำให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคเหนือติดต่อกันหลายวันในห้วงนี้ เกิดมวลน้ำสะสม ดังนั้นการนำน้ำเข้าทุ่งต้องพิจารณาอย่างรอบครอบ เหมาะสม ซึ่งส่วนที่เกี่ยวข้องจะพิจารณาร่วมกัน แต่ทั้งนี้ขอสร้างความมั่นใจว่ามวลน้ำหลากจากภาคเหนือในทุกพื้นที่จะได้รับการบริหารจัดการให้ดีที่สุด จากความร่วมมือของทุกหน่วยงาน ”
จากการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำลำน้ำยม และการเตรียมการผันน้ำลงทุ่งบางระกำโมเดล พบว่า มวลน้ำระลอกแรกจาก จังหวัดสุโขทัย ที่จะไหลเข้ามาในพื้นที่และจะมีผลกระทบกับ อำเภอบางระกำ (จุดเฝ้าระวังคือประตูน้ำบางแก้ว)ประมาณวันที่ 26 - 27 สิงหาคม 2563 ซึ่งปัจจุบันระดับน้ำต่ำกว่าจุดวิกฤต 1.20 เมตร
เจ้าหน้าที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่าน สำนักงานชลประทานที่ 3 และ สำนักงานชลประทานพิษณุโลก ได้ดำเนินการระบายน้ำผ่านประตูน้ำไปตามลำน้ำยมสายเก่าและสายใหม่เพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้น รวมทั้งได้เตรียมระบายน้ำเข้าสู่พื้นที่รองรับน้ำบางระกำโมเดล ซึ่งจะช่วยลดปัญหาน้ำท่วมได้ (ถ้าภายใน 2-3 วันนี้ ถ้าไม่มีฝนตกหนัก) รวมทั้งได้ทำการกำจัดผักตบชวาสิ่งกีดขวางบริเวณประตูน้ำเพื่อให้น้ำสามารถระบายได้คล่องตัว
สำหรับพื้นที่ทำนาข้าว ร้อยละ 90 เก็บเกี่ยวไปเรียบร้อยแล้ว คงเหลือที่จะได้รับผลกระทบอีกเล็กน้อย ซึ่งทาง อำเภอบางระกำ ได้จัดประชุมชี้แจงกับชาวบ้าน เรื่องแผนการระบายน้ำเข้าพื้นที่รับน้ำ (บางระกำโมเดล) เพื่อให้ประชาชนเข้าใจและรับทราบปัญหา นอกจากนั้นหากเกิดปัญหาน้ำล้นตลิ่ง เจ้าหน้าที่ได้เตรียมแผนการขนย้ายของขึ้นที่สูงแล้ว โดยจะแจ้งผ่านทางผู้นำท้องถิ่น ซึ่งขณะนี้สถานการณ์อยู่ในขั้นเฝ้าระวัง (ธงเหลือง)
ส่วนสถานการณ์ลุ่มน้ำยม ปริมาณระดับน้ำยังคงสูงกว่าตลิ่ง ในพื้นที่ อำเภอศรีสัชนาลัย , อำเภอสวรรคโลก และ อำเภอศรีสำโรง จังหวัดสุโขทัย ประกอบกับมวลน้ำที่ล้นตลิ่ง และ พนังกั้นน้ำพัง บางจุดทำให้น้ำไหลท่วมพื้นที่เมื่อ 2 วันก่อน ยังคงท่วมขัง และจะยังคงมีมวลน้ำที่ล้นตลิ่ง เติมในพื้นที่อยู่อีก แต่หากการระบายน้ำในพื้นที่สามารถระบายออกพื้นที่ที่ยังรองรับน้ำได้จะช่วยลดความเดือดร้อนของบ้านเรือน ได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีมวลน้ำมาเพิ่มเติมจากฝนปริมาณมาก การระบายน้ำจาก จังหวัดสุโขทัย ลงพื้นที่ อำเอภบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งยังคงรับน้ำได้ ตาม บางระกำโมเดล สถานการณ์ในพื้นที่ สุโขทัยจะคลี่คลายในอีก 2 วัน จากนี้คงต้องเฝ้าระวังมวลน้ำที่จะเข้าสู่พื้นที่ จังหวัดพิจิตร ต่อไป
ทั้งนี้ กรมชลประทาน บริหารจัดการน้ำ ใช้ ประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย บริหารจัดการและหน่วงน้ำไว้ และควบคุม ปริมาณน้ำไหล ผ่านประตูระบายน้ำหาดสะพานจันทร์ ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก ไม่เกิน 800 ลูกบาศก์เมตร รวมถึงทำการผันน้ำผ่าน ประตูระบายน้ำคลองหกบาท 350 ลูกบาศก์เมตร โดยผันผ่านแม่น้ำยมสายเก่า ผ่านคลองเมม - คลองบางแก้ว ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก 240 ลูกบาศก์เมตร และผันไปคลองยม - น่าน ลงสู่แม่น้ำน่าน 110 ลูกบาศก์เมตร
ด้าน นายชำนาญ ชูเที่ยง ผู้อำนวยการโครงการชลประทานพิษณุโลก จึงขอแจ้งเตือนประชาชน ในจังหวัดพิษณุโลก เตรียมความพร้อมรับน้ำแม่น้ำยม จากจังหวัดสุโขทัย โดยเฉพาะ ประชาชนและพื้นที่การเกษตร ที่อยู่ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายหลัก และ ริมตลิ่งแม่น้ำยมสายเก่า – คลองเมม - คลองบางแก้ว อำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง และ อำเภอบางระกำ เฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมการขนของขึ้นที่สูง หากเกิดภาวะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง และ ขอให้ติดตามสถานการณ์น้ำจากหน่วยงานราชการในระยะนี้อย่างไกล้ชิด
“ล่าสุด มวลน้ำจากจังหวัดสุโขทัย ได้ไหลเข้าสู่พื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ที่บริเวณแม่น้ำยมสายเก่า ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก และพบว่ามีความเสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัยน้ำเอ่อล้นตลิ่ง เนื่องจากคาดการณ์มวลน้ำก้อนแรกที่ไหลเข้าสู่พิษณุโลก มีปริมาณกว่า 60 ล้าน ลูกบาศก์เมตรโดยเส้นทางแม่น้ำยมสายเก่า – คลองเมม - คลองบางแก้ว ในเขต อำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง อำเภอบางระกำ ได้มีการเร่งการระบายน้ำ ผ่าน ประตูระบายน้ำบ้านใหม่โพธิ์ทอง, ประตูระบายน้ำวังขี้เหล็ก และ ประตูระบายน้ำบางแก้ว ลงสู่แม่น้ำยมสายหลัก เบื้องต้นได้ผลักดันมวลน้ำก้อนน้ำลงสู่คลองน้ำธรรมชาติ ทั้ง 99 แห่ง ในพื้นที่ โดยเฉพาะที่บริเวณคลองแยงมุม ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม หากมีมวลน้ำเข้ามามากอีก ก็จะผันน้ำข้าทุ่ง ตามโครงการบางระกำโมเดล ที่รองรับน้ำได้ 550 ล้านลูกบาศก์เมตร มีพื้นที่ 256,000 ไร่ ”