คืบหน้าอุบัติเหตุกระบะชนฟอร์จูนเนอร์กลาง 4 แยก ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว 2 ราย
อุบัติเหตุกระบะชนฟอร์จูนเนอร์กลาง 4 แยก ฟอจูเนอร์กระเด็นตกคลองชลประทาน สาหัส 4 รายที่กาญจนบุรี ล่าสุดเสียชีวิตแล้ว 2 ราย เป็นผู้หญิง 2 ราย แพทย์ไม่ลงความเห็นสาเหตุการตาย ต้องส่งผ่าพิสูจน์ 1 ราย ส่วนอีก 1 ราย ญาติขอไม่ต้องส่งผ่าฯ เพราะไม่ติดใจสาเหตุการตาย ส่วนเด็กชาย 2 คน วัย 10 ปี 1 คน และวัย 13 ปี อีก 1 คน ที่นั่งมาในรถฟอจูนเนอร์มีศักดิ์เป็นลูกชายของหญิงสาวที่เคราะห์ร้ายที่จบชีวิตในอุบัติเหตุครั้งนี้อาการยังน่าเป็นห่วง เข้าขั้นโคม่า หมดสติแพทย์ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา เพื่อช่วยยื้อชีวิตเป็นการด่วนตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าล่าสุด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.00 น.ของวันที่ 24 ธ.ค.62 เจ้าหน้ามูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์(กู้ชีพขุนรัตนาวุธ) อ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับการประสานจาก ร.ต.อ.ภูรี เถียร์ประภากุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่ามะกาฯ ทำหน้าที่ร้อยเวรชันสูตรพลิกศพ ให้เดินทางไปทำการพิมรายนิ้วมือศพผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นผู้หญิง 1ใน 4 รายที่นั่งโดยสารมาในรถโตโยต้าฟอจูนเนอร์ที่ประสบอุบัติเหตุชนกับรถยนต์กระบะจนกระเด็นตกคลองชลประทานฯ ทราบชื่อคือนางเกศราวดี ตะกุดเดิม โดยเบื้องต้นแพทย์ไม่ได้ลงสาเหตุการเสียชีวิต จึงสั่งการให้นำศพนางเกศราวดี ผู้ตายส่ง รพ.ศูนย์ราชบุรี เพื่อให้แพทย์ทำการผ่าพิสูจน์อย่างละเอียดเพื่อระบุสาเหตุการเสียชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ต่อมาเวลา 10.00 น.ของวันเดียวกัน ร.ต.อ.จรัญ กระจ่างแจ่ม รองสารวัตรสอบสวน สภ.ท่ามะกา จ.กาญจนบุรี ได้รับการประสานจากทาง รพ.มะการักษ์ ให้มาร่วมทำการชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถกระบะชนรถฟอจูนเนอร์ซึ่งเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นผู้หญิงทราบชื่อคือ นางสาวนงเยาว์ เพชรศรีสังข์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 78/475 หมู่ 5 ต.บางคูรัต อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ทางญาติซึ่งไม่ติดใจในสาเหตุการตาย จึงขอร้องให้แพทย์ไม่ต้องส่งศพผ่าพิสูจน์
ส่วนเด็กชายอีก 2 รายที่พักรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู.รพ.มะการักษ์ ทราบชื่อรายแรกชื่อ ดช.ปฎิพล ปะริมาตา อายุ 13 ปี เป็น
ลูกชายของนางเกศราวดี รายที่ 2 ชื่อ ดช.สุทธิ์กาญจน์ เกื้อกูล เป็นลูกชายของนางสาวนงเยาว์ เพชรศรีสังข์ มีรายงานข่าวว่า อาการยังไม่พ้นขีดอันตรายแพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจอยู่ตลอดเวลา เนื่องจากหายใจเองไม่ได้ทั้ง 2 ราย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้ทำให้ประชาชนในระแวกที่เกิดเหตุต่างวิพากษ์วิจารณากันไปต่างๆ นาๆ ถึงความเฮี้ยนว่าที่ผ่านมาจุดเกิดเกิดตรง 4 แยกสะพานข้ามคลองชล เกิดอุบัติเหตุล้มตายมาแล้วไม่รู้กี่ศพต่อกี่ศพ เนื่องจากช่องทางหนึ่งเป็นทางลาดชันขึ้นสะพานข้าม 4 แยก อีกช่องทางตัดผ่านเป็นเส้นทางตรง จึงทำให้รถที่วิ่งผ่านไปมา ขับรถกันด้วยความเร็วสูง ประกอบกับเป็นเส้นทาง 4 แยกไม่มีสัญญาณไฟ จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุรถชนกันอยู่เป็นประจำ บางรายเสียหลักพลิกคว่ำตกลงไปในคลองชลประทาน จึงอยากวอนหน่วยงานที่รับผิดชอบมาช่วยดูแลแก้ไขด้วย