สาวขอนแก่นสุดเซ็ง ถูกลูกจ้างสุดแสบแอบย่องขโมยทองแท่งหนัก 10 บาทเงินสด 2 แสนบาท

ภูมิภาค15 ม.ค. 2564 • 12:26 น.โดย จักรพันธ์
สาวขอนแก่นสุดเซ็ง ถูกลูกจ้างสุดแสบแอบย่องขโมยทองแท่งหนัก 10 บาทเงินสด 2 แสนบาท
เมื่อเวลา 11.30 น.วันที่ 15 ม.ค.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้มีการเผยแพร่ภาพจากใช้เฟสบุ๊ครายหนึ่งที่โพสต์เรื่องราวเป็นอุทธาหรณ์ ขณะตำรวจพาตัวหญิงสาวมาชี้จุดที่ร้านทอง พร้อข้อความระบุว่า “#อุทาหรณ์สอนใจ#อย่าเอางูเห่ามาเลี้ยงที่บ้าน #ให้น้ำ #ให้ข้าว #ให้ความรักความอบอุ่นแต่มันยังทำร้ายจิตใจได้ลงคอ เกิดมาไม่เคยพบเคยเจออะไรแบบนี้ ใจคอมันทำด้วยอะไร มึงทำให้คนแก่คนป่วยกินไม่ได้นอนไม่หลับ ใจคอมึงช่างเยือกเย็นและโหดร้ายจริงๆ #ขโมยได้แม้กระทั่งของคนในบ้าน ทองคำแท่ง 10 บาท เงินสดเกือบแสน ปิดหนี้ให้เป็นหมื่น รักและอบรมเอ็นดูมันเหมือนน้อง แต่จิตใจมันทำด้วยอะไร เงินที่เอาไปเอาไปใช้จ่ายในครอบมัน แล้วครอบครัวฉันละ ต้องมาทุกระทมเพราะมึงคนเดียวหรอ ใจคอมึงทำด้วยอะไรห่ะ เงินทองที่มึงเอาไปเป็นเงินค่ารักษาพยาบาลคุณแม่นะ มึงไม่สงสารคนที่ให้น้ำให้ข้าวมึงกินเลยหรอ ที่บ้านต้องมาเจออะไรแบบนี้ มึงทำไมต้องมาทำกับคนป่วยแบบนี้ ต่อไปนี้มึงก็ไปชดใช้กรรม ไปกินข้าวในคุกนะ Lookkeaw Nonsiri” ในเวลาต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงในจุดที่เกิดเหตุพบเป็นร้านจำหน่ายยางรถยนต์ชื่อ “สหยางยนต์ น้ำพอง” ตั้งอยู่ เลขที่ 9/9-12 หมู่ 9 ถ.มิตรภาพ ต.กุดน้ำใส อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น โดยพบกับ นางจารุณี หารกล้า อายุ 34 ปี เจ้าของร้านและเป็นลูกสาวผู้เสียหาย ซึ่งได้พาดูจุดที่เกิดเหตุ พร้อมระบุว่า ทรัพย์สินที่ถูกขโมยไปเป็นของแม่อายุ 59 ปี ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งระยะสุดท้าย ซึ่งได้เก็บทรัพย์สินที่หายไปไว้บนห้องพักชั้น 3 ของร้านฯ ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 10 บาท เก็บไว้ในกล่องที่ใส่กุญแจแล้วเก็บไว้ในตู้เหล็กที่ล็อคกุญแจอีกชั้นหนึ่ง เงินสด 200,000 บาทที่เก็บไว้ในตู้ข้างเตียงนอน โดยเก็บสะสมไว้มานานกว่า 8 ปี มูลค่ารวม 500,000 บาท ต่อมาในช่วงปลายเดือน พ.ย.2563 อาการโรคมะเร็งของแม่ทรุดหนักต้องเข้าออกโรงพยาบาลในตัวเมืองขอนแก่นบ่อยครั้ง แต่ละครั้งต้องนอนพักรักษาตัว อยู่ 6- 7 วัน จึงไม่ได้ตรวจสอบทรัพย์สินที่เก็บไว้ "เมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้กลับมานากโรงพยาบาลและตรวจสอบดูทองคำที่เก็บไว้ แต่กลับพบว่าหายไปพร้อมเงินสดที่เก็บไว้ จึงเค้นถาม.น.ส.ปทุมมา นนท์ศิริ อายุ 25ปี ซึ่ง ทำงานเป็นแม่บ้านประจำร้านฯ มาได้5-6เดือน รับสารภาพว่าเป็นคนเอาทรัพย์สินทั้งหมดไปในช่วงที่แม่ของตนนั้น รักษาตัวอยู่ที่ รพ.ศรีนครินทร์ จึงได้แจ้งเจ้าหน้าที่มาทำการจับกุม โดยที่ทางเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ร้านทองที่ได้มีการ นำทองแท่งไปขาย ซึ่งเจ้าของร้านทองบอกว่าไม่สามารถขายได้แต่สามารถแปลงเป็นทองรูปพรรณได้ ผู้ต้องหาจึงทำการเปลี่ยนแทน" น.ส.จารุณี กล่าวต่ออีกว่า ทองแท่งน้ำหนัก 10 บาท เป็นทรัพย์สินที่แม่ได้เงินประกันชีวิตหลังจากที่ตรวจพบว่าป่วยเป็นโรคมะเร็ง โดยได้นำเงินไปซื้อทองมาเก็บไว้เพื่อให้ลูกหลาน ส่วนผู้ต้องหาได้รับเข้ามาทำงาน ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มาทำงานที่นี่และลาออกถึง 2 ครั้ง ครั้งนี้มาสมัครเป็นครั้งที่ 3 โดยรับมาทำงานตั้งแต่เดือน ก.ย.2563 พอมาทำงานก็รักเหมือนน้องสาว มีอะไรก็ช่วยเหลือกันเหมือนเป็นสมาชิกในครอบครัว แต่สุดท้ายเหมือนรับงูเห่าเข้าบ้าน ขณะที่ ร.ต.อ.ถาวร เหลาแพง รอง สว.(สอบสวน) สภ.น้ำพอง กล่าวว่า ผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง จึงแจ้งข้อหา ลักทรัพย์นายจ้าง และจากการสอบสวนทราบว่าผู้ต้องหาได้นำทองจำหน่ายแล้ว โดยสามารถยึดคืนมาได้บางส่วน รวมทั้งนำเงินที่ขโมยได้มาใช้จ่ายจนเกือบหมดแล้ว