บุรีรัมย์ชาวนานำข้าวเปลือกตากบนถนนยาวกว่า 1 กม.ไล่ความชื้น หลังนำข้าวสด ไปขายเพื่อจ่ายค่ารถเกี่ยว โดนกดราคาเหลือ ก.ก. 8 -10 บาท

ภูมิภาค15 พ.ย. 2566 • 18:32 น.
บุรีรัมย์ชาวนานำข้าวเปลือกตากบนถนนยาวกว่า 1 กม.ไล่ความชื้น หลังนำข้าวสด ไปขายเพื่อจ่ายค่ารถเกี่ยว โดนกดราคาเหลือ ก.ก. 8 -10 บาท

 

บุรีรัมย์ ชาวนานำข้าวเปลือกตากบนถนนยาวกว่า 1 กม.ไล่ความชื้น หลังนำข้าวสด ไปขายเพื่อจ่ายค่ารถเกี่ยว โดนกดราคาเหลือ ก.ก. 8 -10 บาท

ชาวนาใน อ.ห้วยราช   จ.บุรีรัมย์  ต้องนำข้าวเปลือกไปตากบนถนนทางหลวงชนบทยาวกว่า 1 กม.  เพื่อไล่ความชื้น  หลังนำข้าวเกี่ยวสดไปขายเพื่อนำเงินไปจ่ายค่าปุ๋ยและค่าจ้างรถเกี่ยว แต่โดนกดราคาเหลือแค่ ก.ก.ละ 8 – 10 บาท  บางที่ไม่รับซื้ออ้างมีข้าวปน  โอดรัฐบาลอนุมัติช่วยค่าเก็บเกี่ยวล่าช้า จำเป็นต้องขายก่อนแม้ได้ราคาต่ำ   วอนรัฐประกันราคา ก.ก.ละ 15 – 18 บาท ถึงจะอยู่ได้เพราะต้นทุนสูง

 

(15 พ.ย.66)   ชาวนาหลายหมู่บ้านในตำบลเมืองโพธิ์   อ.ห้วยราช   จ.บุรีรัมย์   ต่างนำข้าวเปลือกออกไปตากตามริมถนนทางหลวงชนบทเป็นทางยาวกว่า 1 กิโลเมตร   เพื่อลดความชื้นก่อนจะนำเข้าไปเก็บในยุ้งฉาง  หรือนำไปขายตามโรงสี   หลังจากชาวนาหลายคนนำข้าวเปลือกที่เกี่ยวสดไปขาย   เพื่อจะนำเงินไปจ่ายค่าปุ๋ย  และค่าจ้างรถเกี่ยว   แต่โดนกดราคาเหลือแค่เพียงกิโลกรัมละ 8 – 10 บาท   

         ขณะที่บางรายก็ไม่รับซื้อเพราะผู้ประกอบการอ้างว่ามีข้าวปน  ชาวนาบางคนจึงต้องขนข้าวกลับมาตากเพื่อไล่ความชื้นก่อนจะนำกลับไปขายอีกครั้ง    แต่บางคนก็ตัดสินใจขายข้าวสดแม้จะได้ราคาต่ำไม่คุ้มทุนก็ตาม   เพราะจำเป็นต้องนำเงินไปจ่ายค่าจ้างรถเกี่ยว    เนื่องจากรอเงินค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 1,000 บาท จากรัฐบาลไม่ไหว    

   ทั้งนี้ ชาวนา ยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปีนี้ต้นทุนในการทำนาสูงกว่าทุกปี  เพราะปุ๋ยแพง  น้ำมันแพง  จึงอยากให้รัฐบาลช่วยเหลือด้วยการประกันราคาข้าวไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 – 18 บาท   เพราะมาตรการแทรกแซงราคากิโลกรัมละ 12 บาท  ก็ยังไม่คุ้มทุน

นายทีน    พนมรัมย์   ชาวนาบ้านเมืองโพธิ์ อ.ห้วยราช   บอกว่า   ที่ต้องนำข้าวเปลือกมาตากบนถนนเพื่อลดความชื้น   ก่อนจะนำไปขาย   เพราะก่อนหน้านี้มีชาวนาหลายคนนำข้าวเกี่ยวสดไปขายตามโรงสีแล้วได้ราคาต่ำเพียงกิโลกรัมละ 8 – 10 บาทเท่านั้น   เพราะทางโรงสีบอกว่าข้าวเปียกชื้นก็รับซื้อได้ในราคานี้   ตนจึงตัดสินใจเอาข้าวเปลือกมาตากตามริมถนนเพื่อลดความชื้น   ก็อยากขอความเห็นใจจากผู้ใช้รถใช้ถนนด้วย   เพราะไม่มีสถานที่ตาก   หากเป็นไปได้ก็อยากให้รัฐบาลออกมาตรการประกันราคาข้าวไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ 15 – 18 บาท มากกว่ามาตรการแทรกแซงราคากิโลกรัมละ 12 บาท เพราะปีนี้ต้นทุนทั้งค่าปุ๋ย  ค่าน้ำมัน ค่าเก็บเกี่ยวสูงมาก    

นางสำเริง   นิโรรัมย์   ชาวนาอีกราย   บอกว่า  ก่อนหน้านี้ได้นำข้าวที่เกี่ยวสดไปขายแต่ได้ราคาต่ำเพียงกิโลกรัมละ 10 บาท  แม้จะไม่คุ้มทุนแต่ก็จำเป็นต้องขายเพราะต้องนำเงินไปจ่ายค่าจ้างรถเกี่ยว   เพราะรอเงินค่าเก็บเกี่ยวจากรัฐบาลไม่ไหว   ก็อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือโดยออกโครงการประกันราคาข้าวไม่ต่ำกว่ากิโลกรัมละ  15 – 18 บาท  ถึงจะอยู่ได้เพราะปีนี้ต้นทุนทำนาสูงมาก  โดยเฉพาะค่าปุ๋ยแพงขึ้นเกือบเท่าตัว  ค่าจ้างรถเกี่ยวไร่ละ 600 บาท และต้องจ้างคนมานอนเฝ้าข้าวอีก