ตร.แปดริ้ว โชว์ผลงานปราบอาชญากรรมออนไลน์ 87 คดี

ภูมิภาค11 ก.พ. 2565 • 15:49 น.โดย สนทะนาพร อินจันทร์
ตร.แปดริ้ว โชว์ผลงานปราบอาชญากรรมออนไลน์ 87 คดี
วันที่ 11 ก.พ.65 เวลา 14.43 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการประสานเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ กองบังคับการตำรวจ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ถึงผลการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. ของศูนย์ปฏิบัติการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา (ศปอส.ภ.จว. ฉะเชิงเทรา) นำโดย พล.ต.ต.นันทวุฒิ สุวรรณละออง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.ชาตรี สุขศิริ รอง ผบก.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา, พ.ต.อ.พงศ์พัชร์ แจ้งหมื่นไวย์ ผกก.สส.ภ.จว.ฉะเชิงเทรา โดยมีผลการปฏิบัติดังนี้ สภ.พนมสารคาม สามารถจับกุมคดีหลอกลวงจำหน่ายสินค้าออนไลน์ได้ 1 ราย สภ.บางน้ำเปรี้ยว และ สภ.คลองเขื่อน จับกุมผู้ต้องหาคดีนำเข้าข้อมูลทางคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ แห่งละ 1 คดี สภ.บางคล้า จับกุมผู้ต้องหาใช้อินเตอร์เน็ตในการซื้อขายสื่อลามกได้ 1 ราย สภ.เมืองฉะเชิงเทรา และ สภ.พนมสารคาม จับกุมผู้ต้องหาคดีขายบริการทางเพศ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ได้ 7 คดี กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ร่วมกับสถานีตำรวจในท้องที่ต่างๆ ในเขตรับผิดชอบ ภ.จว.ฉะเชิงทรา สามารถจับกุมคดีลักลอบเล่นการพนันออนไลน์ได้รวม 75 คดีพร้อมด้วยผู้ต้องหา 74 คน ยึดโทรศัพท์มือถือของกลางได้เป็นจำนวนถึง 74 เครื่อง นอกจากนี้ กองกำกับการสืบสวน ภ.จว.ฉะเชิงเทรา ยังสามารถจับกุมผู้ต้องหาคดี จำหน่ายยาเสพติดเพิ่มเติมได้อีก 1 คดีพร้อมผู้ต้องหา 2 คน โดยผู้ต้องหาได้มีพฤติการณ์ลักลอบจำหน่ายยาเสพติด โดยใช้วิธีการติดต่อผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ “เฟชบุ๊คและแอบพลิเคชันไลน์” ตรวจพบของกลางยาไอซ์ (น้ำหนักไม่รวมถุง) 7.75 กรัม ยาบ้า 1,904 เม็ด ยาอี 4 เม็ด ตรวจยึดรถยนต์ได้ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 2 คันโทรศัพท์มือถือไอโฟน 1 เครื่อง อาวุธปืนพกสั้นรวม 3 กระบอก ประกอบด้วยปืนแบบไทยประดิษฐ์ขนาด .38 ปืนยี่ห้อ LLAMA ขนาด 7.65 และ ปืน Beretta ขนาด 9 มม. เครื่องกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 10 นัด เครื่องกระสุนปืนขนาด .38 จำนวน 44 นัด เครื่องกระสุนปืน ขนาด 7.65 จำนวน 36 นัด โดย พล.ต.ต.นันทวุฒิ ระบุว่า ในการจับกุมคดีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศครั้งนี้ เป็นการดำเนินการภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.ภ.2 ที่มอบนโยบายจากทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ ภ.จว.ฉะเชิงเทรา กวาดล้างจับกุมอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ หลังจากปัจจุบันได้มีอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศเกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก ทั้งการหลอกลวงทางออนไลน์ จนเกิดการสูญเสียทางด้านการเงิน การหลอกลวงจำหน่ายสินค้า การเผยแพร่ข่าวปลอม การก่อคดีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ การล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กหรือสตรีทางอินเตอร์เน็ต การค้ามนุษย์ การพนันออนไลน์ และการค้าสินค้าผิดกฎหมาย ส่งผลให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก พล.ต.ต.นันทวุฒิ กล่าว