ตร.ขอนแก่นรวบ 2 ผัวเมียโกงซื้อสลากกินแบ่งรัฐบาลร่วม 50 ล้านบาท
วันที่ 25 ก.พ. 2565 เวลา 13.00 น.ที่สภ.ชนบท จ.ขอนแก่น พ.ต.ท.อัษฎาวุธ นาใจดี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ชนบท พร้อมด้วย พ.ต.ท.สราวุธ แดนสุข สว.(สอบสวน) สภ.ชนบท ร่วมกันทำการสอบสวน น.ส.พรทิวา รอบคอบ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 73 ม.3 ต.พันดอน อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี และนายก่อศักดิ์ ไมขุนทด อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190/2 ม.2 ต.ตลาดแล้ง อ.บ้านเขว้า จ.ชัยภูมิ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพลที่ 16/2565 และ 17/2565 ลง 27 ม.ค.2565 ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกง หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวได้
พ.ต.ท. อัษฏาวุธ นาใจดี รอง ผกก.(สอบสวน)สภ.ชนบท กล่าวว่า ภายหลังจากที่ทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจาก น.ส.สุภาวดี ดรพระสี อายุ 43 ปี ชาว ต.ห้วยแก อ.ชนบท จ.ขอนแก่น ว่า มีอาชีพขายสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้รู้จักกับ น.ส.พรทิวา และนายก่อศักดิ์ สองสามีภรรยาซึ่งเป็นนายทุนขายสลากกินแบ่งรัฐบาล จึงได้พูดคุยกัน และถูกชักชวนให้ลงทุนซื้อสลากฯเพราะ 2 คนอ้างว่าสามารถสั่งซื้อสลากฯในราคาถูกกว่านายทุนรายอื่น จึงเริ่มสั่งซื้อสลากฯกับทั้ง 2 คน ตั้งแต่เดือนต.ค. 2562 จนถึงเดือนกันยายน 2564 ซึ่งได้สลากฯบ้าง ไม่ได้บ้าง มีการทวงถามเอาเงิน รวมทั้งหมด 26,327,000 บาทคืน แต่ถูกบ่ายเบี่ยงมาตลอด จึงเข้าแจ้งความกับตำรวจสภ.ชนบท ให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 รายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะเดียวกันยังมีนางภัสสรา ยอดประทุม อายุ 46 ปี ชาวต.แดงใหญ่ อ.เมือง จ.ขอนแก่น เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.ชนบทว่าถูก น.ส.พรทิวา และนายก่อศักดิ์ ซึ่งเป็นนายทุนค้าสลากฯโกงเงิน 20,199,000บาท เพราะได้รู้จักกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นสองผัวเมียกัน ชักจูงให้นำเงินมาร่วมกันซื้อสลากฯ ตั้งแต่เดือนก.ค.2563 จนถึงเดือน ต.ค. 2564
"แต่เมื่อนำเงินมาให้แล้วก็ไม่ได้สลากฯตามที่ได้มีการสั่งซื้อและหายหน้าไป จึงแจ้งความให้ตำรวจติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายและให้นำเงินมาคืนให้ด้วยพนักงานสอบสวนได้ทำการสอบสวนผู้เสียหายและรวบรวมหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ จับกุมตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยช่วงบ่ายวันที่ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน บก.สส.ภ.4 ได้นำหมายศาลเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ที่ริมถนนศูนย์ราชการ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่น นำตัวส่งให้พนักงานสอบสวนสภ.ชนบท ดำเนินการสอบสนวนตามขั้นตอนของกฎหมาย"
ด้าน พ.ต.ท.สราวุธ แดนสุข สว.(สอบสวน) สภ.ชนบท กล่าวว่า ภายหลังถูกจับกุมได้ทำสอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 ในข้อหา ร่วมกันฉ้อโกง แต่สองคนผัวเมียให้การปฏิเสธ ในขณะที่ฝ่ายผู้เสียหายยืนยันว่า ถ้าผู้ต้องหาสามารถนำเงินมาคืนได้ครบตามจำนวนที่จ่ายไป จะไม่เอาเรื่อง แต่ถ้าไม่สามารถนำเงินมาคืนได้ก็ให้ตำรวจจับกุมตัวดำเนินคดีตามกฏหมาย ซึ่งในชั้นพนักงานสอบสวนนั้น ผู้ต้องหาไม่ได้ขอประกันตัว แต่ภายหลังการสอบสวนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งศาลจังหวัดพล เพื่อฝากขังตามขั้นตอน แต่ถ้าผู้ต้องหาต้องการประกันตัวสามารรถยื่นประกันตัวในชั้นศาล ซึ่งโทษในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงนั้น มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000บาท และหากมีประชาชนหรือคนขายสลากฯ ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำของผู้ต้องหา สามารถแจ้งความได้ที่สภ.ชนบท และถ้ามีคดีเกี่ยวข้องกับสภ.อื่นๆและออกหมายจับแล้ว ก็จะมีการอายัดตัวได้เช่นกัน