สภาอุตฯสมุทรสาคร“เดินหน้าศูนย์ห่วงใยโควิดฯ ทุ่มทุน 10ล้าน.”จุดเชิงสะพานท่าจีน ที่กว่า 40ไร่
ผู้สื่อข่าวรายงาน สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร นำโดยนายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ปธ.สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร ได้รายงานผลการหารือของทางสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ ว่า ขณะเตรียมสร้างโรงพยาบาลสนาม หรือในนาม“ศูนย์ห่วงใยคนสาคร” ในเขตพื้นที่ ต.ท่าจีน อ.เมืองฯ ทั้งนี้ปรากฏว่า หลังได้งบประมาณมาสนับสนุนงบสนับสนุนจาก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประมาณ 10 ล้านบาท ในการมาทำการสร้างโรงพยาบาลสนาม เพื่อช่วยเหลือผู้เคราะห์ร้ายติดเชื้อโควิด ในฐานะศูนย์ห่วงใยคนสาคร “ที่ช่วงเชิงสะพานท่าจีน (ฝั่งขาเข้า)”อ.เมืองฯ ซึ่งขณะนี้เรามีพื้นที่ดินว่างอยู่ 49 ไร่ โดยที่แห่งนี้ได้รับความอนุเคราะห์จาก นางเง็กเน้ย ศิริชัยเอกวัฒน์ และ ดร.วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ (อดีต สว.) ผู้เป็นเจ้าของ ซึ่งทางครอบครัวเขาไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดและก็ปล่อยที่ว่างอยู่
“ทั้งนี้ในเบื้องต้นนั้นกำหนดว่า จะสร้าง 1 อาคารเพื่อใช้พักผู้ป่วยและจุดพักเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ลักษณะรูปแบบของโรงพยาบาล ก่อนจำนวน 10 ไร่ และทำเป็นอาคารน็อคดาวน์ ที่สามารถเวลาประกอบได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งคาดว่า ใช้เวลาทำตามระบบดังกล่าวไม่เกิน 45 วัน ค่อยเพิ่มไปตามความต้องการใช้งานต่อไป อย่างไรก็ตามทำให้ในสมุทรสาครมีศูนย์ห่วงใยฯโควิดฯ รวมเป็น 10 แห่งแล้ว”
นายอภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดฯ เปิดเผยว่า นอกจากนี้ทางสภาอุตสาหกรรม จ.สมุทรสาคร และทางหอการค้าจังหวัดฯ ยังมีทำโครงการ “รวมใจรักษ์สมุทรสาคร” ที่ได้ประสานระหว่างบรรดาโรงงานในต่างอำเภอการการช่วยออกตรวจค้นเชื้อโรคดังกล่าวนี้ เพื่อผลักดันที่มุ่งไปยังสถานประกอบการต่างๆ ใน อ.บ้านแพ้ว และกระทุ่มแบน ร่วมกับโรงพยาบาลในพื้นที่ เพื่อตรวจหาโควิด 19 เช่นในน้ำลายของแรงงาน ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะช่วยตรวจแรงงานในสถานประกอบการหรือโรงงานได้ไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน
“ในการตรวจน้ำลายนั้นมีขั้นตอนจะตรวจทีละถึง 5 คนรวมกัน และหากมีผลการตรวจออกมาเป็นบวกก็แสดงว่า ติดเชื้อจะต้องตรวจหารายบุคคลซ้ำอีกครั้ง และถ้าผลเป็นลบก็ไม่ต้องตรวจซ้ำ ทั้งนี้วิธีการตรวจดังกล่าวนี้ได้ผลแม่นยำทั้งมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตามจะใกล้เคียงกับวิธีการตรวจหาสารพันธุกรรม (RT-PCR) ซึ่งตรวจจากสารคัดหลั่งหลังจากจมูกและคอ ทั้งนี้สำหรับการใช้วิธีใช้ตรวจหาโควิด-19 จากน้ำลายนับว่าเป็นที่ยอมรับในหลายประเทศ ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายทั้งเวลา การเก็บตัวอย่างก็ง่ายมากซึ่งสามารถเก็บได้ด้วยตัวเอง ทั้งนี้ทำให้บุคลากรปลอดภัยรวมทั้งยังไม่สิ้นเปลืองที่ช่วยลดการใช้ชุดป้องกัน PPE อีกด้วย”
ด้าน ดร.วิชาญ ศิริชัยเอกวัฒน์ ในนามเจ้าของที่ดิน 49 ไร่ ระบุด้วยว่า ที่ดินดังกล่าวหารือกับทางคุณแม่และครอบครัวแล้วจึงให้ทางสภาอุตสาหกรรมฯ ใช้เพื่อสร้าง รพ.สนามเพื่อชาวสมุทรสาคร ซึ่งเบื้องต้นทดลองดู 1 ปี ก่อน แต่อย่างไรก็ตามหรือจนกว่าสถานการณ์โควิด-19 จะปลอดภัยดีขึ้นตมเป้าหมายในฐานะศูนย์ห่วงใยคนสาคร