ผู้ว่ากระบี่เรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำ 7 จังหวัดเตรียมเข้าเคลียพื้นที่ในเรือนจำหลังผู้ต้องขังก่อจราจล

ภูมิภาค17 ธ.ค. 2564 • 13:35 น.
ผู้ว่ากระบี่เรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำ 7 จังหวัดเตรียมเข้าเคลียพื้นที่ในเรือนจำหลังผู้ต้องขังก่อจราจล
ผู้ว่ากระบี่เรียกประชุมผู้บัญชาการเรือนจำ 7 จังหวัดเตรียมเข้าเคลียพื้นที่ในเรือนจำหลังผู้ต้องขังก่อจราจลมีข้อสรุปทำการคัดกรองหาเชื้อโควิดพบนำไปรักษาและกักตัว จากเหตุการณ์ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดกระบี่ ป่วยติดเชื้อไวรัสโควิด 19 จำนวน 300 คน ทำให้ผู้ต้องขังที่ไม่ติดเชื้อรวมตัว 400 คน ก่อจลาจลเรียกร้องให้ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่ นำผู้ต้องขังที่ไม่ติดเชื้อออกจากเรือนจำ และให้ผู้ติดเชื้ออยู่ภายในเรือนจำ จนเกิดเหตุการณ์บานปลาย ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกระบี่ ต้องขอกำลังตำรวจภูธร กองพันทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน อาสารักษาดินแดนจังหวัดกระบี่ที่ 1 เข้าปิดล้อมเรือนจำจังหวัดกระบี่ ป้องกันการหลบหนี และทางเรือนจำจังหวัดกระบี่ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นำผู้ป่วยไวรัสโควิด 19 ที่มีอาการรุนแรงเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลจังหวัดกระบี่ จำนวน 3 คน และเข้าโรงพยาบาลสนามตึโกเมน 10 คน ขณะเดียวกันทางผู้บัญชาการเรือนจำภาค 8 นำกำลังชุดปฏิบัติการพิเศษ 100 คน จากเรือนจำ 6 จังหวัด 7 แห่ง มาสมทบ และขนย้ายผู้ต้องขังหญิง 263 คน ไปไว้ที่เรือนจำชั่วคราวกระบี่น้อย หลังจากนั้นผู้ต้องขังได้ปล่อยนักโทษคดีอุกฉกรรจ์ ออกจากโรงนอนและทำลายโรงนอนดังกล่าว รวมถึงโรงครัวเพื่ออามีดมาเป็นอาวุธ และทำระเบิดเพลิง โดยเอาอุปกรณ์ต่างๆมาจากโรงฝึกงานวิชาชีพ ความคืบหน้าล่าสุดในเรื่องนี้ตั้งแต่เวลา 06.00 -08.45 นาฬิกา บรรยากาศภายในเรือนจำจังหวัดกระบี่ ผู้ต้องขังที่ก่อจราจร จำนวน 400 คน ยังคงมีการขว้างปาสิ่งของต่างๆข้ามกำแพงใส่เจ้าหน้าที่ชุดปราบปรามฝูงชน กำลังอาสารักษาดินแดนที่ 1 และกำลังทหารนาวิกโยธิน อย่างต่อเนื่อง ทั้งมีเสียงโห่ร้อง และตระโกนท้าทายให้เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม โดยที่กลุ่มผู้ก่อจราจรมีอาวุธมีด ไม้ เหล็ก ฆ้อน และระเบิดเพลิง เป็นต้น พร้อมที่จะปะทะกับกำลังเจ้าหน้าที่ นอกจากนั้นยังได้ทำลายทรัพย์สินของทางราชการอีกด้วย ด้านของนายแพทย์ ชัยวัฒน์ ทองไหม นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ได้นำทีมหน่วยสอบสวนโรคอำเภอเมืองกระบี่ จำนวน 10 คน มาประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อคัดกรองหาเชื่อไวรัสโคสด 19 จากผู้ต้องขัง ทั้งเรียกกำลังชุดปราบปรามฝูงชน 1 กองร้อย มาเตรียมความพร้อมที่หน้าเรือนจำจังหวัดกระบี่ โดยมีกำลังเจ้าหน้าที่จากเรือนจำ 7 จังหวัดร่วมสมทบด้วยอีก 100 คน โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปิดถนนบริเวณวงเวียนอุตรกิจ และสามแยกโรงเรียนอิศรานุสรณ์ ไม่ให้รถวิ่งผ่านไปมา กระทั้งเวลา 10.00 น.นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ พร้อมด้วยพล.ต.ต.ชัยวัฒน์ อุ้ยคำ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ พล.ต.ต นกันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผู้บังคับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 8 นายภักดี แก้วเนียม ผู้บัญชาการเรือนจำภาค 8 และผู้บัญชาการเรือนจำ 7 จังหวัด ร่วมประชุมปรึกษาหารือในการเข้าเคลียพื้นที่ภายในเรือนจำจังหวัดกระบี่ และทำการตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสโควิด 19 จากผู้ต้องขังที่มีความสมัครใจ เพื่อนำไปเข้ารับการรักษาหรือกักตัวรอดูอาการต่อไป โดยไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าฟังการประชุม ซึ่งใช้เวลาในการประชุมนานกว่า 1 ชั่วโมงได้ข้อสรุปว่า ให้ผู้ต้องขังส่งตัวแทนมาเจรจารับทราบข้อเรียกร้องจากแกนนำนักโทษที่มีอยู่ประมาณ 20 คน จัดหาอาหารกล่องให้นักโทษที่อยู่ทั้งหมดเนื่องจากโรงเรือนประกอบอาหารเสียหายจากก่อเหตุความวุ่นวาย ให้ทีมสอบสวนโรคทำการตรวจคัดกรองไวรัสโควิด 19 โดยเคลื่อนย้ายนักโทษจากที่พักมาที่แดนขังหญิง ซึ่งเป็นพื้นที่ว่างเนื่องจากได้ย้ายผู้ต้องขังหญิง 288 คน ออกไปอยู่ที่เรือนจำชั่วคราวที่กระบี่น้อยเมื่อคืนนี้ที่อ่านมาทำการคัดกรองหาเชื้อโรคดังกล่าวชุดแรกจำนวน 500 คน หากคนใดมีผลออกมาเป็นบวกแล้วก่อนวันที่ 15 - 16 ธันวาคม 2564 ตรวจ X- ray เพื่อแยกแกนนำไปเรือนจำจังหวัดพังงาและจังหวัดภูเก็ต ส่วนผู้ที่ติดเชื้อมีผลเป็นบวกสีเหลืองนำไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลสนาม กองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 15 อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ พัน 1 ซึ่งรองรับได้ 50 คน การคัดกรองโควิดในส่วนที่เหลือ 1,600 คน จะประชาสัมพันธ์ให้ผู้สมัครใจมารับการตรวจที่แดนขังหญิงต่อไป ////////////////