ญาติข้องใจไม่เผาสาวใหญ่ทับสะแกโดนฆ่าหมกศพ  ขอส่งตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่รพ.ธรรมศาสตร์  

ภูมิภาค16 ก.พ. 2566 • 18:35 น.โดย พิสิษฐ์  รื่นเกษม
ญาติข้องใจไม่เผาสาวใหญ่ทับสะแกโดนฆ่าหมกศพ  ขอส่งตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่รพ.ธรรมศาสตร์  

จากกรณีพบ น.ส.บุญเรือน  อายุ 49 ปี ถูกฆ่าหมกศพในช่องเก็บของใต้ถุนบ้าน ที่บ้านหนองหอย ต.อ่างทอง อ. ทับสะแก  เมื่อวันที่ 9  กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา  จากนั้นเจ้าหน้าที่ส่งร่างไปตรวจพิสูจน์ที่นิติเวชฯ พร้อมนำอุปกรณ์ที่คาดว่าคนร้ายใช้ลงฆ่าไปตรวจสอบลายนิ้วมือแฝงและตรวจ ดี.เอ็น เอ.เทียบกับบุคคลต้องสงสัยทั้งประเด็นมีชายมาติดพันซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับข้าราชการระดับสูงรายหนึ่งที่ให้การปฏิเสธ    อาจมีปัญหาความขัดแย้งแย่งชิงทรัพย์สินระหว่างเครือญาติ หรือ เป็นการฆ่าชิงทรัพย์   ล่าสุดมีใบแจ้งตายจาก สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ  รายงานเลขที่  00640/2566 สันนิษฐานสาเหตุการตายว่าขาดอากาศจากการสำลักควัน   ร่วมกับกะโหลกศรีษะแตก สมองได้รับบาดเจ็บ  ทำให้ญาติติดสินใจไม่ทำการฌาปนกิจในวันนี้  

วันที่ 16 กุมภาพันธ์  2566 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า หลังจากมีการประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลที่วัดหนองหอย โดยนำร่างส่งตรวจพิสูจน์อีกครั้งที่โรงพยาบาลธรรมศาสตร์ฯ และยืนยันจะไม่มีการฌาปนกิจ น.ส.บุญเรือน  จนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมคนร้ายในคดีนี้   ขณะที่ความคืบหน้าของคดี  พบว่าพนักงานสอบสวนยังไม่มีหลักฐานออกหมายจับผู้ใด  เนื่องจากต้องรอผลความชัดเจนทางนิติวิทยาศาสตร์  ส่วนการติดตามไทม์ไลน์ของชายคนสนิทที่อ้างว่าคบหามานาน 5 ปี  แต่ที่ผ่านมาให้การปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดี  พบว่าผู้ต้องสงสัยสามารถขี้แจงไทม์ไลน์ พร้อมมีพยานบุคคลยืนยัน ก่อนพบร่างผู้เสียชีวิตได้ชัดเจนโดยไม่มีข้อพิรุธ   

โดย นายจักรธร  พี่ชายของผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ภายหลังจากที่ญาติได้รับผลชันสูตรมาจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเมื่อได้ดูตรงรายละเอียดสาเหตุการตายทำให้ทางเรายังติดใจในประเด็นที่ทางแพทย์ระบุว่า ตายจากการ “ขาดอากาศจากการสำลักควัน ร่วมด้วยกะโหลกศีรษะแตก สมองได้รับการกระทบกระเทือนโดยไม่มีระบุว่าถูกตีด้วยของแข็ง ซึ่งขัดแย้งกับที่เกิดเหตุ เพราะไม่มีวัตถุหรือเตาที่จะก่อให้เกิดควันได้และที่บ้านหลังดังกล่าวเป็นสวนเกษตรอินทรีย์ ไม่มีการเผาขยะเศษใบไม้อย่างแน่นอน

ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยในเรื่องการขาดอากาศจากการสำลักควัน และที่ญาติยังสงสัยคือ ชุดที่พบที่ร่างผู้เสียชีวิตเป็นชุดทำงานที่มีคนเห็นผู้ตายใส่เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ แต่ทำไมถูกนำมาใส่เมื่อวันที่ 9 และในวันที่ 9 ทางผู้ตายยังไม่ได้มีการตัดหญ้าแล้วมีเศษหญ้าในรองเท้าได้อย่างไร และพยานที่เห็นผู้ตายเมื่อวันที่ 9 ช่วงเวลาประมาณ 7 โมงกว่า ก็พบผู้ตายในชุดกางเกงขาสั้นเสื้อยืดปกติเหมือนชุดอยู่บ้านซึ่งเป็นคนละชุดกับที่พบศพ ซึ่งเชื่อว่าน่าจะมีการจัดฉากวางแผนกันมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอนแน่นอน และที่พบศพในวันนั้นผู้ตายไม่ได้สวมเสื้อในและกางเกงใน แต่มีการนำกางเกงในที่มีแผ่นอนามัยมีรอยเปื้อนคราบบางอย่างและเสื้อในไปแขวนไว้ในบ้านบนตู้ซึ่งภายในเป็นตู้พระซึ่งผิดปกติมากๆ ในเรื่องนี้ 

ด้านนางสุทธาสินี แก้วมณีโชติ พี่สาวของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ส่วนตัวจนถึงวันนี้ยังเชื่อว่าคนลงมือก่อเหตุ น่าจะเป็นเพื่อนชายคนสนิทของผู้ตาย ซึ่งทางญาติยังติดใจในประเด็นสาเหตุการตายซึ่งดูเหมือนจะยังไม่มีความชัดเจนจึงจะขอส่งไปชันสูตรอีกครั้งและภายหลังจากชันสูตรแล้วจะมีการนำร่างน้องสาวกลับมาเก็บไว้ยังไม่ทำการฌาปนกิจจนกว่าจะมีการจับคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้ ซึ่งตลอด 5 คืนที่ทางญาติจัดงานบำเพ็ญกุศลศพ ทางด้านเพื่อนชายคนสนิท ไม่ได้เดินทางมาร่วมงานเลย ซึ่งถ้าเจ้าตัวมีความบริสุทธิ์ใจก็น่าจะมาร่วมงานบ้าง หรือมากราบศพน้องเราบ้าง ในฐานะคนรู้จักหรือคนสนิท ซึ่งถ้าเค้ามาทางญาติพี่น้องก็ยินดีที่จะให้เค้าเข้ามาแต่นี่ไม่เห็นเลย