ชาวบ้านอ.ละหานทราย สุดทนลงชื่อจี้หน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหาเยาวชนลักทรัพย์ พยายามข่มขืนหญิงชรา

ภูมิภาค5 มิ.ย. 2562 • 14:13 น.
ชาวบ้านอ.ละหานทราย สุดทนลงชื่อจี้หน่วยงานรัฐ เร่งแก้ปัญหาเยาวชนลักทรัพย์ พยายามข่มขืนหญิงชรา
ชาวบ้านอำเภอละหานทราย จ.บุรีรัมย์สุดทน รวมตัวกันลงชื่อเพื่อให้จังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาแนวทางช่วยเหลือและแก้ปัญหาเยาวชนชายอายุ 16 ปี ตระเวนลักทรัพย์ตามบ้าน และพยายามข่มขืนหญิงชราที่อยู่บ้านลำพัง เคยถูกจับส่งสถานพินิจออกมาก่อเหตุซ้ำอีก สร้างความเดือดร้อนหวาดผวาชาวบ้านแต่ทำอะไรไม่ได้ วันนี้ (5 มิ.ย.62) ชาวบ้านบ้านโนนสง่า และหมู่บ้านใกล้เคียง ในตำบลละหานทราย อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์ ได้รวมตัวกันมาลงชื่อที่ศาลากลางหมู่บ้านโนนสง่า เพื่อให้ผู้นำหมู่บ้านนำเรื่องเสนอจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้หาแนวทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหา กรณีเยาวชนชาย อายุ 16 ปี มีพฤติกรรมตระเวนลักขโมยทรัพย์สินตามบ้านเรือนสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านมานับครั้งไม่ถ้วน ถึงแม้ที่ผ่านมาชาวบ้านจะแจ้งความเอาผิด แต่พอถูกส่งตัวเข้าสถานพินิจฯ ไม่นานก็ได้ออกมา แต่ก็ไม่เข็ดหลาบยังออกมาก่อเหตุลักขโมยซ้ำอีก ล่าสุดยังมีพฤติกรรมพยายามจะข่มขืนหญิงชราที่อยู่บ้านตามลำพัง แต่โชคดีที่ยังก่อเหตุไม่สำเร็จเพราะมีคนไปเห็นและช่วยเหลือไว้ทัน แต่ก็สร้างความหวาดผวาให้กับผู้สูงอายุ และหญิงสาวในหมู่บ้านเป็นอย่างมาก เพราะเกรงจะตกเป็นเหยื่อเนื่องจากเยาวชนคนดังกล่าว ยังลอยนวลอยู่ในพื้นที่ ถึงแม้ผู้นำชุมชนจะไปแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจช่วยดำเนินการ แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่สามารถดำเนินการในทางกฎหมายได้ เพราะไม่มีเจ้าทุกข์มาแจ้งความดำเนินคดี ทำให้ชาวบ้านต้องอยู่กันด้วยความหวาดระแวง นางศักดิ์รอย พุทธิชาติ กำนันตำบลละหานทราย บอกว่า ที่ผ่านมาได้รับร้องเรียนจากชาวบ้านหลายหมู่บ้านใน ต.ละหานทราย ว่า มีเยาวชนไปตระเวนลักขโมยทรัพย์สินมีค่าบ่อยครั้ง ซึ่งคนในพื้นที่ต่างก็รู้ดีว่าใครเป็นคนก่อเหตุ เพราะบางครั้งก็พบทรัพย์สินเช่น รถจักรยานยนต์ที่ขโมยมาอยู่กับผู้ก่อเหตุ เมื่อกำนันผู้ใหญ่บ้านไปเจอพร้อมของกลาง ผู้ก่อเหตุก็จะวิ่งหลบหนีไปจึงได้นำทรัพย์สินคืนเจ้าของ และเมื่อเจ้าของได้ทรัพย์สินคืน ก็ไม่อยากจะเอาเรื่องเอาราวเพราะเห็นว่ายังเป็นเยาวชน ประกอบกับพ่อแม่แยกทางอาศัยอยู่กับตายาย ที่ยากจน จึงไม่ได้แจ้งความตำรวจ แต่ไม่นานก็มาก่อเหตุลักขโมยของซ้ำอีก และหนำซ้ำยังพยายามจะข่มขืนหญิงชราที่อยู่ลำพัง จากพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายเป็นบุคคลอันตราย แต่ชาวบ้านไม่สามารถทำอะไรได้ จึงได้พากันมาลงชื่อพร้อมสะท้อนปัญหา เสนอให้ทางจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งหาแนวทางแก้ไข เพื่อให้ชาวบ้านได้อยู่อย่างสงบสุขและปลอดภัยด้วย