ประตูน้ำขอนแก่น มอบน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ให้กับสถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว

ภูมิภาค31 มี.ค. 2563 • 09:08 น.
ประตูน้ำขอนแก่น มอบน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ให้กับสถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว
ประตูน้ำขอนแก่น มอบน้ำยาฆ่าเชื้อโรค ให้กับสถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว สำหรับการทำความสะอาดพื้นที่ให้บริการประชาชน สู้ภัยโควิด-19 อย่างเข้มงวด เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 มี.ค.2563 ที่สถานกงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น ประเทศไทย นายสมบัติ เพ็งพระจันทร์ กงสุลใหญ่ สปป.ลาว ประจำ จ.ขอนแก่น ประเทศไทย รับมอบยาฆ่าเชื้อ จำนวน 5 แกลลอน อุปกรณ์พ่นน้ำยา 5 ชุด,รวมทั้งหน้ากากอนามัย และ เจลล้างมือ จากนายชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น ประธานกรรมการบริหารศูนย์ค้าส่งประตูน้ำขอนแก่น สำหรับการใช้ทำความสะอาดจุดบริการประชาชนภายในสถานกงสุลฯ และให้บริการประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาคิ ที่เดินทางมาติดต่อราชการที่สถานกงสุลฯในแต่ละวันที่มีเป็นจำนวนมาก นายชวลิต ประตูน้ำขอนแก่น ประธานกรรมการบริหารศูนย์ค้าส่งประตูน้ำขอนแก่น กล่าวว่า มาตรการรักษาความปลอดภัย ความสะอาด และการควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งรัฐบาลและจังหวัดขอนแ่กน ได้เน้นย้ำให้กับทุกหน่วยงานนั้นได้ปฎิบัติงานอย่างเคร่งครัดและเข้มงวด ซึ่งที่ผ่านมาศูนย์ค้าส่งประตูน้ำขอนแก่น ได้ดำเนินการป้องกันตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่องทุกวันโดยไม่มีวันหยุดและแม้วันนี้ศุนย์การค้าฯจะปิดการให้บริการ ตามคำสั่งของภาครัฐ แต่การทำความสะอาดพื้นที่ยังคงต้องดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่องทุกวันเพื่อความปลอดภัย และสรา้งความมั่นใจให้กับผู้ที่มาใช้บริการ รวมทั้งเหล่าบรรดาพ่อค้าและแม่ค้า เพราะเมื่อภาครัฐมีคำสั่งให้กลับมาให้บริการ ทุกฝ่ายก็จะสามารถเข้าดำเนินการได้ตามปกติและปลอดภัยจากเชื้อโรค 100% "วันนี้ ได้มีการนำน้ำยาฆ่าเชื้อโรค และอุปกรณ์การพ่นยา รวมทั้งอุปกรณ์การป้องกันมามอบให้กับสถานกงสุลฯ ส่วนหนึ่งเพื่อแสดงออกถึงมิตรไมตรีที่เรามีต่อกัน และถึงเวลาที่เราต้องช่วยกันเราก็ต้องช่วยเหลือซึ่งกันและกันในสิ่งที่ทำได้ ซึ่งน้ำยาฆ่าเชื้อโรคและอุปกรณ์การพ่นดังกล่าวนี้นั้นชุดแรกจะสามารถใช้งานได้ประมาณ 1 เดือน โดยทีมวิศวกรรมของเราได้มีการแนะนำการผสมน้ำยาฆ่าเชื้อและขั้นตอนการใช้งานให้กับเจ้าหน้าที่สถานกงสุลฯ เพื่อสามารถที่จะใช้งานได้ทันที ทั้งการฉีดพ่นในอาคารสำนักงานฯ, การฉีดพ่นจุดบริการประชาชนและพื้นผิวสัมผัสต่างๆ แม้กระทั่งห้องน้ำหรือประตูทางเข้าและออกภายในสถานกงสุลฯ ตามแนวทางการปฎิบัติที่กระทรวงสาธารณสุขนั้นกำหนด ขณะที่อุปกรณ์บางส่วนนั้นได้ส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฎิบัติงานที่ต้องดำเนินงานด้านการกงสุลฯ ที่จะต้องให้บริการประชาชนจำนวนมาก ดังนั้นการป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากเช่นกัน"