ป่วนทั้ง สภ.นครชัยศรี "ทวี ไกรคุปต์" ขับเก๋งชนกระบะ สอบปากคำทั้งคืนไม่ได้ข้อยุติ
ชนอีกแล้ว "ทวี ไกรคุปต์" พ่อเอ๋ ปวีณา ครั้งนี้ประสบอุบัติเหตุชนกระบะ เจ้าตัวไม่ลงจากรถเรียกตำรวจเคลียร์ โดยตำรวจสอบปากคำนาน 11 ชั่วโมง ให้การยาวนาน ต้องให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานมาเก็บลายละเอียด โดยตำรวจขอเชิญคู่กรณีมาสอบอีกครั้ง ก่อน ส่งฟ้องในชั้นศาลเพื่อหาคนผิดต่อไป
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อ เวลาประมาณ16.00 น.ของวันที่ 22 มิ.ย.65 ร.ต.อ.ธนโชค ชินณะวงศา รอง สว.สอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถชนกันที่หน้าปั๊มน้ำมันคาลเท็กซ์ ถนนเพชรเกษม หมู่ 3 ต.ศีรษะทอง อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุฝั่งขาเข้า กทม.เลนที่ 3 โดยพบรถกระบะอีซูซุ แคป สีบรอนท์ ทะเบียน ฒร 5998 กทม.สภาพมีรอยเฉี่ยวชนเล็กน้อยที่ ท้ายรถกับด้านหน้ารถแถบซ้าย มีนายอิสรา เลิศผล อายุ 35 ปี คนขับรถกับเพื่อนยืนรอให้การกับตำรวจ ห่างออกไปพบรถเก๋งยี่ห้อนิสสัน เทียร์น่า สีขาว ทะเบียน กง 8906 ปัตตานี สภาพรถประตูแทบขวามีรอยเฉี่ยวชน กระจกมองข้างแถบขวา บิดหัก กระจังหน้าแตกร้าว มีชายสูงอายุนั่งอยู่ในรถไม่ยอมลงมาเจรจา
โดยเจ้าหน้าทเดินไปเคาะกระจกพบว่าคนขับขี่คือ นายทวี ไกรคุปต์ อายุ 83 ปี อดีต รมช.พาณิชย์ และเป็นบิดา เอ๋ ปวีณา ไกรคุปต์ อดีต สส.ราชบุรี โดยนายทวี บอกเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ที่ไม่ยอมลงจากรถเพราะเห็นคู่กรณีเป็นวัยรุ่น 2 คนกลัวจะเกิดอันตราย จึงนั่งอยู่ในรถ ทางเจ้าหน้าที่จึงบันทึกภาพในที่เกิดเหตุและให้คู่กรณีเดินทางไปเจราจาที่ สภ.นครชัยศรีเนื่องจากการจราจรเริ่มติดขัด
เมื่อถึง สภ.นครชัยศรี นายอิสรา ได้เรียกบริษัทประกันมาและเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า ตนกำลังขับรถมาจาก อ.กำแพงแสนกลับบ้านที่เขตหนองแขม มาถึงที่เกิดเหตุตนขับมาเลขขวาสุดก็ถูกรถคูกรณีชนด้านซ้าย ตนจึงบังคับพวงมาลัย เพราะรถเกือบพุ่งขึ้นเกาะกลางถนน และเบรกรถแต่คู่กรณีกลับขับรถหลบหนี ตนจึงขับติดตามบีบแตรตลอดทาง จนมาประมาณ 1 กม.ตนขับเบียดรถขวางด้านหน้ารถคู่กรณีไว้ไม่ให้หนีแต่ คนขับไม่ยอมรถมาเจรจา จึงโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
ด้านนายทวี ไกรคุปต์ ให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า กำลัง จะขับรถไปที่ศาลาว่าการ กทม. มาถึงที่เกิดเหตุก็มีรถกระบะขับตามมาและมาจอดขวางตนเห็นว่ามีวัยรุ่น 2 คนจึงไม่กล้าลงจากรถกลัวจะเกิดอันตราย ส่วนที่ขับรถมาไม่รู้ว่าไปเฉียวชยกับคู่กรณีตอนไหน
ซึ่งระหว่างสอบปากคำนายทวี ทาง พ.ต.อ.ณฐพงศ์ มุกดาหาร ผกก.สภนครชัยสรีได้มาติดตามการสอบปากคำทั้ง 2 ฝ่ายซึ่งตกลงกันไม่ได้ และประสาน เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ภาค7 มาตรวจรถทั้ง 2 คัน
กระทั่งวันนี้การสอบปากคำในกรณีดังกล่าวก็ยังไม่จบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสแบปากคำนายทวี ตั้งแต่เวลา 16.00 น.ของเมื่อวาน จนถึงเวลา 03.00 น.ของเช้าวันนี้ ซึ่งพนักงานสอบสวนได้ขอ พักในวันนี้ช่วงหนึ่ง เพราะทำการสอบปากคำนานกว่า11 ชั่วโมง ซึ่งก็ไม่ยอมรับความผิด จึงต้องนำหลักฐานทั่งหมด มารวบรวมเพื่อสอบปากคำคู่กรณีคือนายอิสราอีกครั้ง เพื่อสรุปสำนวนและส่งฟ้องในชั้นศาลต่อไป