ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมพิจิตร ลุยกวาดล้างแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด

ภูมิภาค15 พ.ค. 2562 • 14:36 น.
ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมพิจิตร ลุยกวาดล้างแก๊งเงินกู้นอกระบบดอกเบี้ยโหด
ชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร สนธิกำลังสารวัตรทหาร ตำรวจ ปฏิบัติการปิดล้อมจับกุมแก๊งทวงหนี้เงินกู้นอกระบบโหดข่มขู่ทำร้ายลูกหนี้กลางตลาด ได้ผู้ต้องหา 4 แก๊ง รวม 8 คนของกลางกว่า 80 รายการ วันที่ 15 พ.ค. 62 ความคืบหน้าจากการที่มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวนหลายราย ได้ร้องทุกข์ผ่านศูนย์บริการสำนักปลัดนายกรัฐมนตรี จากกลุ่มอิทธิพลแก๊งเครือข่ายทวงหนี้เงินกู้นอกระบบ ข่มขู่ทวงหนี้โหด และคิดอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด อีกทั้งการทวงหนี้ไม่หวั่นเกรงกลัวกฎหมาย โดยวันนี้ พล.ต.ต. ธวัชชัย มวญนรา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล หัวหน้าชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้นำเจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรม ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดพิจิตร สารวัตรทหารมณฑลทหารบกที่ 36 ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และ ทหารจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดพิจิตร เข้าติดตามพฤติกรรมและวางแผนจับกุมเครือข่ายเงินกู้นอกระบบดังกล่าว ซึ่งชุดปฏิบัติการดังกล่าวสามารถปิดล้อมจับกุมเครือข่ายเงินกู้นอกระบบได้ในระยะเวลาไร่เรี่ยกัน จำนวน 4 แก๊ง ผู้ต้องหาทั้งหมดล้วนเป็นชายฉกรรจ์ รวม 8 คน ขณะกำลังข่มขู่เรียกเก็บเงินลูกหนี้ บริเวณตลาดวังงิ้วใต้ ตำบลวังงิ้วใต้ อำเภอดงเจริญ จังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยหลักฐานของกลางเป็นเงินสด ที่เรียกเก็บจากลูกหนี้มา รวม 59,710 บาท สัญญาเงินกู้ สมุดบัญชีลูกหนี้ 12 ฉบับ รถยนต์กระบะ และรถยนต์เก๋ง รวม 4 คัน อาวุธมีดสปาต้า 1 เล่ม ไม้เบสบอล 1 อัน และของกลางอื่นๆ รวมกว่า 80 รายการ จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพว่า เป็นเครือข่ายให้กับนายทุนเงินกู้นอกระบบรายใหญ่ครอบคลุมในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ พิจิตร อุทัยธานี นครสวรรค์ และจังหวัดชัยภูมิ โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะทำหน้าที่นำเงินสดมาปล่อยให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย ส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้า โดยคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาท ต่อวัน หากลูกหนี้รายใดผิดการชำระเงินก็จะข่มขู่ หรือใช้อาวุธที่เตรียมมาขู่ทำร้ายร่างกาย ทำให้ลูกหนี้เกิดความเกรงกลัวและหาเงินมาคืนให้นายทุน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงได้แจ้งข้อหา พร้อมนำหลักฐานส่งพนักงานสอบสวน สภ.ดงเจริญ ดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันประกอบธุรกิจสินเชื่อพร้อมกับเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด อีกทั้งจะได้ประสานผู้บังคับบัญชาทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนขยายผลจับกุมกลุ่มนายทุนรายใหญ่ตามที่ผู้ต้องหาซัดทอดต่อไป