ในหลวงพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลารวม 8 ชั้นแก่ข้าราชการสังกัดสำนักงานสาธารณสุขกระบี่

ภูมิภาค11 ส.ค. 2566 • 03:43 น.
ในหลวงพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และเหรียญจักรพรรดิมาลารวม 8 ชั้นแก่ข้าราชการสังกัดสำนักงานสาธารณสุขกระบี่

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณมหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามมินนทราธิเบศราชวโรดมบรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นต่ำกว่าสายสะพาย และเหรียญจักรพรรดิมาลา ประจำปี 24566 แก่ข้าราชการในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ จำนวน 152 คน ที่ห้องประชุมราชพฤกษ์สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกระบี่ ตำบลปากน้ำ อำเภอเมืองกระบี่ จังหวัดกระบี่  โดยมีนายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เป็นประธานเบิกตัวข้าราชการเข้ารับเครื่องราชพระราชทานต่อเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ประกอบด้วย ชั้นทวีติยาภรณ์ช้างเผือก จำนวน 51 คน ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย จำนวน 19 คน ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก จำนวน 12 คน ชั้นจัตุรภรณ์ช้างเผือก จำนวน 5 คน ชั้นจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย จำนวน 3 คน ชั้นเบญจมาภรณ์ช้างเผือก จำนวน 1 คน และเหรียญจักรพรรดิมาลา จำนวน 56 คน 

เนื่องด้วยตามที่ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ เนื่องในโอกาสพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา ซึ่งได้มีประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับพระราชทานเรื่องราชอิสริยาภรณ์ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ส่วนราชการและหน่วยงานต่างๆ จัดพิธีรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์หน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในสถานที่เหมาะสมตามขั้นตอนปฏิบัติ 

โดยเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยเป็นเครื่องประดับสำหรับเกียรติยศและบำเหน็จความชอบ ที่พระมหากษัตริย์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานแก่ผู้กระทำความดีความชอบอันเป็นคุณประโยชน์ต่อประเทศ  เครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทยทำขึ้นอย่างประณีตบรรจง อุดมด้วยเอกลักษณ์อันดีงามของชาติและมีความเหมาะสม มิได้แสดงถึงแบ่งแยกบุคคลในสังคม ผู้ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่ว่าตระกูลใดชั้นตราใด ย่อมถือว่าเป็นเกียรติยศและเป็นสิริมงคล อันส่งเสริมให้ผู้ได้รับพระราชทานเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในความสำคัญ ถือเป็นเกียรติประวัติแก่ตัวข้าราชการเองและวงศ์ตระกูล ส่งเสริมให้ประกอบคุณงามความดีเพื่อประโยชน์สุขของประเทศชาติและประชาชน