1 ปี เมื่อเขื่อนไซยะบุรีเดินเครื่อง....ผลกระทบ “เขื่อน” กั้นแม่น้ำโขง ระบบนิเวศน้ำโขงทรุด สาหร่ายสั้นลง ต้นไคร้ตาย และปรากฏการณ์น้ำใส

ภูมิภาค9 พ.ย. 2563 • 10:42 น.
1 ปี เมื่อเขื่อนไซยะบุรีเดินเครื่อง....ผลกระทบ “เขื่อน” กั้นแม่น้ำโขง ระบบนิเวศน้ำโขงทรุด สาหร่ายสั้นลง ต้นไคร้ตาย และปรากฏการณ์น้ำใส
1 ปี เมื่อเขื่อนไซยะบุรีเดินเครื่อง....ผลกระทบ “เขื่อน” กั้นแม่น้ำโขง ระบบนิเวศน้ำโขงทรุด สาหร่ายสั้นลง ต้นไคร้ตาย และปรากฏการณ์น้ำใสชาวบ้านชี้ทุนที่ขาดจิตสำนึก นักสร้างเขื่อนคือตัวการทำลายวิถีคนลุ่มน้ำโขง สถานการณ์แม่น้ำโขงที่มีความผันผวนอยู่ในขณะนี้นับได้ว่าเป็นที่ช่วงวิกฤต หลังแม่น้ำโขงจากแหล่งน้ำที่เคยอุดมสมบูรณ์ในอดีต แต่ปัจจุบันกลายเป็นแม่น้ำที่มีความผันผวนตลอดเวลา น้ำขึ้นลงผิดปกติ ภาพแอ่งน้ำที่แห้งขอด หลายพื้นที่แล้งหนักถึงขั้นมีหาดทรายโผล่ขึ้นมาแทนที่ โดยสาเหตุอันดับแรกๆ ที่นักวิชาการส่วนใหญ่อ้างถึงคือการเกิดขึ้นของเขื่อนต่างๆ ที่มีอยู่บนเส้นแม่น้ำโขง โดยเฉพาะเมื่อเขื่อนไซยะบุรีเดินเครื่องมาได้ 1 ปี แล้ว คนท้ายเขื่อนเดือดร้อนหนัก ทั้งนี้สถานการณ์แม่น้ำโขงท้ายเขื่อนไซยะบุรีบริเวณพรมแดนไทย-ลาวที่ บ้านห้วยค้อ อ.สังคม จ.หนองคาย วิกฤตหนัก หลังน้ำลด บุ่งหรือแอ่งน้ำมีน้ำน้อยมาก กลางวันน้ำร้อนเพราะแดดแผดเผา น้ำเต็มไปด้วยตะไคร่น้ำ และพบว่าบุ่งที่มีน้ำน้อยเริ่มมีปลาตาย ส่วนที่มีน้ำมากมีปลาติดค้างเพราะหนีลงน้ำไม่ทัน ทั้งนี้นอกจากจะส่งผลกระทบต่อปลานานาชนิดที่อาศัยอยู่ในแม่น้ำโขงแล้ว พลับพลึงแม่น้ำโขงกำลังแห้งตาย ส่วนต้นไคร้แห้งตายเกือบหมดแล้ว เพราะระดับน้ำโขงเกิดการผันผวนรุนแรง ชาวบ้านในพื้นที่บอกว่าต้นไคร้น้ำพืชประจำถิ่น ชาวบ้านให้สมญานามมันว่า “แมวเก้าชีวิต” ก็ยังยืนต้นตาย ซึ่งต้นไคร้ทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลพันธุ์ปลานานาชนิด ซึ่งจริงๆแล้วต้นไคร้น้ำ มันไม่ได้ตายง่ายๆ ทนต่อทุกสภาพอากาศแต่กลับยืนต้นตายจำนวนมาก ชี้ให้เห็นว่าระบบนิเวศแม่น้ำโขงกำลังจะสูญสลายไปในไม่ช้าหากน้ำโขงยังคงผันผวนอยู่แบบนี้ โดยชาวบ้านยังให้ข้อมูลอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับแม่น้ำโขงในตอนนี้ไม่ได้กระทบแค่ในระบบนิเวศแม่น้ำโขงเพียงอย่างเดียว ส่งผลโดยตรงกับ ผู้คนที่พึ่งพาแม่น้ำสายประธานแห่งนี้ ที่หล่อเลี้ยงชีวิตคน 6 ประเทศ ได้แก่ จีน พม่า ไทย ลาว กัมพูชา และเวียดนาม ก่อนออกสู่ทะเลจีนใต้ แหล่งอาหารของคนกำลังจะถูกทำลายตามไปด้วย รวมถึงวิถีชีวิตคนริมโขงก็เช่นกัน ชาวบ้านใน อ.สังคม และ อำเภออื่นๆที่อยู่ตามแนวแม่น้ำโขงของ จ.หนองคาย เริ่มหาปลาในแม่น้ำโขงได้ยากขึ้นมาหลายปีแล้ว ซึ่งผลกระทบที่เกิดขึ้นชาวบ้านบอกว่า “น้ำโขงจะไม่มีวันเหมือนเดิม และลูกหลานในอนาคตเขาจะใช้ชีวิตอยู่กับสายน้ำแห่งชีวิตที่หล่อเลี้ยงพวกเขาได้อย่างไร สำหรับ “ต้นไคร้” ชาวบ้านตั้งชื่อเรียกอีกชื่อว่า “ราชินีแห่งลุ่มน้ำโขง” โดยยอดอ่อน คนสามารถกินได้ ส่วนรากฝอยอ่อน ใบ เมล็ด เป็นอาหารของปลา รากและโคนเป็นบ้านและที่อนุบาลของสัตว์ขนาดเล็ก รากยังทำหน้าที่ยึดหน้าดิน และยังเป็นที่อยู่อาศัยของนกนาๆชนิด เช่นนกอีแอ่นและกระยางขาว ในฤดูน้ำหลากต้นไคร้จะจมอยู่ใต้น้ำ ฤดูแล้งเจริญเติบโต จนได้อีกฉายาว่าแมวเก้าชีวิต แต่ภายหลังเขื่อนไซยะบุรีเดินเครื่องกั้นแม่น้ำโขง อีกไม่นานต้นไคร้จะสูญหายไปกับแม่น้ำโขงอย่างแน่นอน นี่คือหายนะของราชาแห่งสายน้ำ ทั้งนี้วานนี้ (8 พ.ย.) เกิดปรากฏการณ์น้ำโขงเปลี่ยนสี เป็นสีคราม มีลักษณะใส มองเห็นท้องน้ำอย่างชัดเจน และเมื่อมองจากที่สูงในตอนกลางวันจะเห็นเป็นสีเขียวคราม โดยผู้สูงอายุหลายราย บอกตรงกันว่า เกิดมาไม่เคยเห็นน้ำโขงใสขนาดนี้ และเพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเขื่อนกั้นแม่น้ำโขงเกิดขึ้น โดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรี สำหรับเหตุการณ์น้ำโขงใส นักวิชาการได้เคยให้ข้อมูลว่า น่าจะมีสาเหตุจากตะกอนถูกกักเก็บในแม่น้ำโขงเขื่อนตอนบน ในมณฑลยูนนานนับ 11 เขื่อนเป็นเวลาต่อเนื่องหลายปี นอกจากนี้ในฤดูฝนปีที่ผ่านมา ระดับน้ำในแม่น้ำโขงไม่ได้เพิ่มสูงตามฤดูกาล จึงไม่มีน้ำท่วมหลากสองฝั่งตลิ่ง ลำน้ำสาขา และพื้นที่ชุ่มน้ำ ทำให้ตะกอนแร่ธาตุตามริมฝั่งไม่ได้ถูกพัดพาตามระบบธรรมชาติ นอกจากนี้ยังพบว่า ไก หรือสาหร่ายแม่น้ำโขง มีความผิดปกติอย่างเห็นได้ชัด โดยปกติตามธรรมชาติแล้ว ไก จะเกิดตามหาดหินและเกาะแก่งในช่วงฤดูแล้ง เมื่อแม่น้ำโขงใสสะอาด ไกจะขึ้นเป็นเส้นยาว ในอดีตนั้นชาวบ้านโดยเฉพาะกลุ่มผู้หญิง ทั้งฝั่งไทยและลาว ต่างพากันมาเก็บไก นำไปขายสด และแปรรูป สร้างรายได้เป็นอย่างมากในช่วง 3 เดือนของฤดูแล้ง แต่จากการสำรวจในสัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ไก ที่เกิดในแม่น้ำโขงมีลักษณะไม่สมบูรณ์ ออกเป็นกระจุกสั้นๆ ไม่ยาวเหมือนปีที่ผ่านๆ มา นอกจากมีเส้นสั้น ผิดจากธรรมชาติที่เคยเกิด ยังเป็นกระจุก แล้วยังมีสีสนิม ไม่สะอาด ถือว่าผิดปกติมาก อย่างที่ไม่เคยพบมาก่อน คาดว่าโดยธรรมชาติแล้ว แร่ธาตุอาหารของ ไก คือตะกอนที่พัดมาตามน้ำหลากและตกอยู่ตามแก่งหิน ตามท้องน้ำ และหาดหินต่างๆ แต่ในปีที่ผ่านมา ในช่วงฤดูฝนกลับไม่มีน้ำหลากตามธรรมชาติ อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ ไก ไม่สมบูรณ์ ซึ่งทั้งหมดที่เกิดกับสายน้ำแห่งนี้มีที่มาคือ “เขื่อนกั้นโขง” ที่ก่อหายนะต่อทุกลมหายใจในแม่น้ำโขง.