อดีตเด็กอู่สุดแสบตระเวนลักไฟท้ายรถยนต์กว่า 20 ครั้ง
วันที่ 24 สิงหาคม 2565 เวลา 13.30 น. ที่ห้องสืบสวนฯ สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสาคร พ.ต.อ.ยงลิต ศุภผล ผกก.ฝ่ายอำนวยการ ภ.จว.นครปฐม รักษาราชการแทน ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.ท.สุรศักดิ์ สิทธิโชคธรรม รอง ผกก.สส.สภ.เมืองสมุทรสาคร และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ได้ร่วมกันเผยผลการจับกุมตัว นายอัครเดช อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 123 ม.3 ต.กองทูล อ.หนองไผ่ จ.เพชรบูรณ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดสมุทรสาคร กระทำผิดฐาน “ลักทรัพย์ในเคหะสถานในเวลากลางคืน
โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม” พร้อมของกลางที่ตรวจยึดได้ คือ 1.ไขควงจำนวน 1 อัน,2.ตัวไขบล็อก 6 เหลี่ยมจำนวน 1 อัน,3.ตัวไขบล็อกจำนวน 1 อัน,4.เสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ในวันก่อเหตุ,5.หมวกกันน็อคแบบครึ่งใบสีแดงจำนวน 1 ใบ,และ 6.รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ สีแดง ทะเบียน 1 กผ 4548 สมุทรสาคร (ยานพาหนะที่ใช้ในการก่อเหตุ)
สำหรับพฤติการณ์ของผู้ต้องหารายนี้ เมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2565 คนร้ายได้ก่อเหตุลักทรัพย์ไฟท้ายรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ สีเทาหมายเลขทะเบียน 1 ขพ 4746 กรุงเทพมหานคร ที่จอดไว้บริเวณหอพักลุงเล็กเลขที่ 70 หมู่ที่ 4 ต.คอกกระบือ อ.เมืองสมุทรสาคร แล้วหลบหนีไป ต่อมาจากการตรวจที่เกิดเหตุและกล้องวงจรปิดจึงทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายอัครเดช จึงไปติดตามจับกุมตัวได้ที่บริเวณริมถนนภายในซอยผ่องศรี ต.บางน้ำจืด อ.เมือง จ.สมุทรสาคร
ทั้งนี้นายอัครเดช ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพ ว่า ตนเป็นคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุลักทรัพย์(ไฟท้ายรถยนต์)ในคดีนี้จริง โดยได้นำไฟท้ายรถยนต์ที่ได้จากการก่อเหตุไปขายในราคาคู่ละ 2,000 - 4,000 บาท ซึ่งก็ได้เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันในพื้นที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียงมาแล้วกว่า 20 ครั้ง โดยแต่ละครั้งก็ใช้เวลาประมาณ 2 นาทีเท่านั้น ทำไปเพราะไม่มีเงินใช้ ส่วนที่ทำได้อย่างรวดเร็วนั้น เพราะว่าเมื่อก่อนตนเคยอยู่อู่ซ่อมรถมาก่อน
จากการสืบสวนเพิ่มเติมยังพบว่าก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยก่อเหตุที่บ้านเอื้ออาทรกระทุ่มแบนมาแล้ว โดยมีภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นหลักฐาน ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการขยายผลเพื่อดำเนินคดีกับผู้ต้องหาตามกฎหมายต่อไป