จนท.แขวงทางหลวงพัทลุงชี้แจง ปมสาวกลับรถใต้สะพานรถจมน้ำไปครึ่งคัน
จากกรณีที่สาววัย 29 ปี ได้ขับรถยนต์กระบะออกจากบ้านพักในพื้นที่ อ.เขาชัยสน เพื่อไปทำงานในพื้นที่ ต.ท่าแค อ.เมือง จ.พัทลุง โดยขับรถขึ้นบนถนนเพชรเกษม พัทลุง-หาดใหญ่ พื้นที่บ้านต้นมะละกอ รอยต่อ ต.นาโหนด-ต.ท่าแค อ.เมือง และได้ขับรถลอดสะพานเพื่อกลับรถ ไปอีกฝั่ง แต่พบว่าใต้สะพานมีน้ำท่วมสูง จนทำให้รถถูกน้ำท่วมไปครึ่งคันแถมต้องหนีตายเพื่อเอาชีวิตรอด สาเหตุเพราะจุดดังกล่าวไม่มีป้ายแจ้งเตือนใดๆให้ทราบว่าไม่สามารถผ่านได้ หรือการก่อสร้างยังไม่แล้วเสร็จ
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ทางแขวงทางหลวงพัทลุง ได้นำป้ายแจ้งเตือน พร้อมนำแท่งแบริเออร์ มาปิดกั้นในจุดดังกล่าว ห้ามกลับรถใต้สะพาน หวั่นจะเกิดอุบัติเหตุซ้ำ เนื่องจากน้ำใต้สะพานยังมีระดับน้ำสูง
ด้าน นายคมกริช ตันตรัยรัตนพงษ์ ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงพัทลุง ได้ออกมาชี้แจงกับเหตุการณ์ดังกล่าวว่า เนื่องจากตลอด2วันที่ผ่านมาในพื้นที่มีฝนตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ระดับรฃน้ำใต้สะพานมีน้ำท่วมสูง หลังจากทราบข่าวทางแขวงทางหลวง ได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดการแก้ไขให้เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ยังบอกว่า จุดกลับรถใต้สะพานดังกล่าวเพิ่งสร้างเสร็จได้ประมาณ 3 เดือน โดยระบบไปฟ้าแสงสว่างยังติดตั้งไม่แล้วเสร็จ รวมไปถึงอุปกรณ์แจ้งเตือนระดับน้ำอัตโนมัติ ก็ยังไม่ได้ติดตั้ง ทำให้ตอนกลางคืนอาจมองเห็นไม่ชัด สำหรับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนในจุดดังกล่าวก็ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ให้มากขึ้น.