ยังไม่พบ "น้องโชค" ค้นหาต่อเนื่องเข้าสู่วันที่ 5 ขยายพื้นที่ถึงปากน้ำปราณ
วันที่ 5 ส.ค.66 ทีมกู้ภัยมูลนิธิสว่างหัวหินธรรมสถาน และกู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ยังคงปฎิบัติภารกิจค้นหา“น้องโชค” เด็กชาย 9 ขวบ จ.สมุทรสาคร ที่สูญหายไปขณะเล่นน้ำทะเล ที่สวนสนประดิพัทธ์ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อวันที่ 1 สิงหาคมที่ผ่านมา อย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 4 วันเต็ม เข้าสู่วันที่ 5
นายสุวิวัฒน์ พรหมมา ประธานกู้ภัยตำรวจทางหลวงประเทศไทย และ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ กล่าวว่า สำหรับการค้นหาในวันนี้ ได้ขยายพื้นที่ค้นหาไปถึงปากน้ำปราณ วนอุทยานปราณบุรี อ.ปราณบุรี หาดทรายใหญ่ หาดทรายน้อย และบริเวณชายหาดหัวหิน ตลอดแนว รวมทั้งการค้นหาในแนวจุดเดิมที่น้องโชคลงเล่นน้ำทะเลก่อนสูญหายไป ซึ่งครอบครัวระบุว่า ห่างจากชายฝั่งประมาณ 200-300 เมตร จึงได้นำกำลังอาสาสมัครตั้งแถวเดินค้นหาเป็นหน้ากระดาน เดินวนค้นหาอยู่นาน แต่ยังไร้วี่แวว
ทางด้านนายพลกฤต พวงวลัยสิน นายอำเภอหัวหิน กล่าวว่า สำหรับการค้นหาน้องโชคนั้น เจ้าหน้าที่ได้ระดมสรรพกำลังทั้งหมดที่มี เพื่อค้นหาอย่างเต็มที่ตั้งแต่วันแรก ทั้งการขับเรือลาดตระเวนไปตามพิกัดต่าง ๆ นับสิบเที่ยวต่อวัน การเดินเท้าค้นหาในทะเลและบนบก การค้นหาทางอากาศ สำรวจแนวเกาะ โขดหิน ตรวจสอบอวนปู ทำทุกทางที่คิดว่าเป็นไปได้ที่จะได้เจอน้อง แต่วันนี้ยังโชคร้ายที่ยังไม่พบ แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่า จะพาน้องโชคกลับมาหาครอบครัวให้ได้
อยากจะฝากเรื่องการเล่นน้ำทะเล ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือผู้ใหญ่ อยากให้ทุกคนให้ความสำคัญกับเสื้อชูชีพ ใส่ลงเล่นน้ำ เพราะสิ่งที่ตาเห็น สภาพอากาศดีแต่ใต้น้ำอาจมีความแปรปรวน เป็นน้ำดูด น้ำวน หรือน้ำไหลแรง เกิดขึ้นได้ทั้งหมด และเห็นด้วยที่ในอนาคตจะมีการผลักดันให้มีเทศบัญญัติเกี่ยวกับการสวมเสื้อชูชีพขณะลงเล่นน้ำทะเลโดยเฉพาะ ซึ่งพื้นที่ท่องเที่ยวทางทะเลของ อ.หัวหิน อยู่ในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน มี 2 ตำบลคือ ต.หนองแก และ ต.หัวหิน มีชายหาดทอดตัวยาวและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ นักท่องเที่ยวนิยมเล่นน้ำทะเลจำนวนมาก เมื่อไม่มีสภาพบังคับด้านกฎหมาย นักท่องเที่ยวก็ต่างคนต่างเล่น ไม่มีใครสวมเสื้อชูชีพ หากในอนาคตมีกฎหมายหรือเทศบัญญัติควบคุม ดูแล จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย โดยอาจจะพูดคุยกับผู้ประกอบการให้มีการซับพอร์ตเรื่องเสื้อชูชีพ เตรียมไว้คอยบริการนักท่องเที่ยว ให้มีความพร้อมในการใช้งาน
ส่วนที่เหลือจะเป็นการต่อสู้กับความคิดของคนว่าจำเป็นหรือไม่จำเป็น ในการใส่เสื้อชูชีพลงเล่นน้ำ หากคนคิดว่าไม่จำเป็นจะเหมือนหมวกกันน๊อค ที่มีกฎหมายบังคับแต่คนไม่ยอมใส่ ทั้งที่รู้ว่าใส่แล้วจะปลอดภัย ต้องรณรงค์ปลูกจิตสำนึกว่า ไม่ว่าจะมั่นใจในการขับขี่ขนาดไหนให้ใส่ไว้ก่อน เช่นการลงเล่นน้ำทะเล ใส่เสื้อชูชีพอาจจะเกะกะ ไม่สวย แต่มันปลอดภัย ขอให้ใส่ไว้ก่อนจะได้ลดโอกาสของการสูญเสีย ซึ่งแนวความคิดนี้จะต้องผลักดันให้เป็นรูปธรรม และหวังให้ อ.หัวหิน เป็นพื้นที่นำร่องด้านความปลอดภัยในการท่องเที่ยวทางทะเล