เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาชายวัย41 หายไร้ร่องรอยอุทยานแห่งชาติภูเวียง

ภูมิภาค28 ก.พ. 2563 • 11:16 น.
 เจ้าหน้าที่เร่งค้นหาชายวัย41 หายไร้ร่องรอยอุทยานแห่งชาติภูเวียง
เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 28 ก.พ.2563 ที่บริเวณที่ทำการอุทยานแห่งชาติภูเวียง อ.เวียงเก่า จ.ขอนแก่น นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง ได้เตรียมความพร้อมทั้งเจ้าหน้าที่และอุปกรณ์การช่วยเหลือคนหลงป่าที่ยังไม่พบตัว โดยมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองและเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมถึงผู้นำชุมชนในพื้นที่ เจ้าหน้าที่กู้ชีพ กู้ภัย พร้อมเครื่องมือแพทย์ที่จะทำการช่วยเหลือเบื้องต้นหากพบตัวคนหายแล้ว โดยมีพระเสงี่ยม ยโสธโร รักษาการเจ้าอาวาส สำนักสงฆ์พรมวิหารอรัญวาสี คอยให้ข้อมูลและรายละเอียดต่างๆที่เกี่ยวข้องกับการหายไปของนายหนูนา ซาซุม อายุ 41 ลูกศิษย์วัดที่หลงป่ามาตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ป่าไม้ได้รับแจ้งจากพระและชาวบ้านช้าไป 3 วัน และจากการพูดคุยรายละเอียดจากพระเสงี่ยมทราบว่า ได้ออกจากสำนักสงฆ์ ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้าน หัวนาหม่อ ต.กุดธาตุ อ.หนองนาคำ พร้อมกับนายหนูนาตั้งแต่วันที่ 25 ก.พ. เพื่อขึ้นไปที่เขาภูเวียง ในการท่จะสำรวจแหล่งน้ำ เพื่อเตรียมที่จะออกธุดงค์ โดยพระเสงี่ยมเดินเข้าในป่าพร้อมด้วยนายหนูนาและสุนัขอีก 4 ตัว ซึ่งเป็นสุนัขตัวใหญ่ 1 ตัว ตัวเล็ก 3 ตัว สำรวจแหล่งน้ำไปเรื่อยจนถึงบริเวณทุ่งใหญ่ พบแหล่งน้ำแต่ไม่มีน้ำ จึงพากันเดินทางกลับ "ขากลับได้เดินกลับในเส้นทางอื่น เพื่อสำรวจแหล่งน้ำอีกครั้ง โดยเดินกลับไปทางด้านอ่างมะเขือ ซึ่งอยู่ทางทิศเหนือของอุทยานฯ โดยพบว่าเส้นทางเดินกลับนั้น ป่าถูกไฟไหม้ ทำให้ไม่เห็นเส้นทางเดิน จึงเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางน้ำ ซึ่งเป็นร่องน้ำห้วยเตย โสกช้าง และห้วยค่า ขณะนั้นปรากฏว่าสุนัขตัวเล็กหายไป พระจึงให้นายหนูนานั่งรอที่ขอนไม้ใกล้ห้วยเตย พร้อมย่ามและน้ำ 1 ขวดและเสียม1 ด้าม พระก็ออกตาหาสุนัข เมื่อเจอสุนัข พระได้เดินกลับมาในจุดที่นายหนูนานั่งรอ แต่ไม่พบนายหนูนา พบเพียงขวดน้ำที่ดื่มแล้วทิ้งไว้ เดินตามหาในป่าละแวกใกล้เคียงไม่พบจึงโทรศัพท์แจ้งญาติโยมในหมู่บ้านมาช่วยตามหา ซึ่งเมื่อชาวบ้านมาตามหาก็ไม่เจอจึงกลับลงเขาไป ส่วนพระได้นอนอยู่บนเขารอนายหนูนา แต่จนถึงสว่างนายหนูนาก็ไม่กลับมา" นายสุธรรม กล่าวต่ออีกว่า ต่อมาเมื่อวันที่ 26 ก.พ. ผู้ใหญ่บ้านหัวนาหม่อ พร้อมชาวบ้านออกตามหานายหนูนาอีกครั้งไม่พบ จึงเข้าแจ้งความลงบันทึกประจำวันไว้ที่ สภ.หนองนาคำ กรณีคนหาย หลงป่า จากนั้นช่วงบ่ายวันที่ 27 ก.พ.จึงมาแจ้งที่อุทยานฯว่านายหนูนาหายไปในป่า ภายในอุทยานแห่งชาติ เจ้าหน้าที่อุทยานฯทราบเรื่องช่วงเย็นวันที่ 27 ก.พ. จึงได้เตรียมความพร้อมของกำลังเจ้าหน้าที่ป่าไม้และแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งนายอำเภอและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่สภ.หนองนาคำและ สภ.เวียงเก่า เพื่อสนธิกำลังกันออกค้นหาคนหายรายนี้ ซึ่งทุกฝ่ายได้มารวมตัวกันที่กองอำนวยการคนหาย โดยแบ่งกำลังกันทั้งหมด 10 ชุดๆละ 5 นาย คือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่เชี่ยวชาญพื้นที่และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง กระจายกันออกค้นหาคนหาย "การค้นหาคนหายในพื้นที่อุทยานนั้น ต้องรีบเร่งหาในช่วงที่มีแสงสว่าง เพราะในพื้นที่อุทยานฯนั้นอันตราย ทั้งหน้าผาสูงชัน และปืนผูกที่พรานป่าทำเป็นกับดักเอาไว้ล่าสัตว์ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเชื่อว่าคนหายน่าจะมีสภาพที่อ่อนหล้า เพราะในป่าบนเขาไม่มีแหล่งน้ำ และเกรงว่าอาจจะพลาดตกหน้าผาสูง จึงต้องรีบเร่งค้นหาเพื่อให้พบเจอตัวโดยเร็วที่สุด โดยชุดค้นหาจะมีการติดต่อสื่อมายังศูนย์อำนวยการด้วยวิทยาสื่อสารเท่านั้น เนื่องจากไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และเมื่อเวลาพลบค่ำความมืดมาเจ้าหน้าที่ก็ต้องถอนตัวกลับออกมาทันที่ เพื่อสรุปการค้นหาและวางแผนในการค้นหาในวันต่อไป" ขณะที่พระเสงี่ยม กล่าวว่า นายหนูนา เป็นคนไม่มีบ้าน เนื่องจากได้ออกจากบ้านที่ในเมืองขอนแก่นมาหลายปี มาได้ภรรยาที่บ้านหัวนาหม่อ และภรรยาเพิ่งเสียชีวิตไปประมาณเกือบ 1 ปี บวชหน้าไฟให้ภรรยาและมาอยู่ที่วัด เมื่อสึกจากพระก็อาศัยอยู่ที่วัดฝากตัวเป็นศิษย์วัด ช่วยงานวัดทุกอย่าง เป็นคนมีร่างกายแข็งแรง พูดคุยรู้เรื่อง แต่สมองช้า รับรู้ช้า ซึ่งก่อนหน้านี้เคยขึ้นเขามาด้วยกันบ้างแต่ไม่ลึกถึงครั้งนี้ เพื่อสำรวจแหล่งน้ำ เพื่อเตรียมออกธุดงค์ ปลีกวิเวกในป่าสักระยะ จึงชวนนายหนูนามาเป็นเพื่อน ซึ่งก็เดินตามกันมาตลอดทาง กระทั่งสุนัขหาย จึงให้นายหนูนานั่งรอ เมื่อเดินไปหาสุนัขที่หลงป่าและเดินกลับมานายหนูนากหายตัวไปแล้ว จึงมาขอความช่วยเหลือให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องช่วยตามหา