“เฉลิมชัย” เปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทยที่ปราณบุรี สนับสนุนให้เกษตรกรยึดเป็นอาชีพทางเลือก

ภูมิภาค27 ก.ย. 2562 • 12:55 น.
“เฉลิมชัย” เปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทยที่ปราณบุรี สนับสนุนให้เกษตรกรยึดเป็นอาชีพทางเลือก
วันที่ 27 ก.ย.62 ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา รัชกาลที่ 9 วัดหนองตาแต้ม อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมและพัฒนาโคนมไทย โดยมีนายสัตวแพทย์สรวิศ ธานีโต อธิบดีกรมปศุสัตว์ นายภิรมย์ นิลทยา รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ พล.ต.ต.สุรศักดิ์ สุขแสวง ผบก.ภ.จ.ประจวบฯ นายวิรัช ปิยพรไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ประจวบฯ นางธันยวีร์ ศรีอ่อน นายกเทศมนตรีตำบลปราณบุรี หัวหน้าส่วนราชการและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคจากทุกอำเภอใน จ.ประจวบฯเกือบ 2 พันคนให้การต้อนรับ พร้อมกันนี้ นายเฉลิมชัยได้ทอด “สเต็กเนื้อวากิว” ทดลองทานด้วย นายเฉลิมชัยกล่าว่าอาชีพการเลี้ยงโคนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทานจำเป็นต้องมีการพัฒนาเพื่อสร้างความเข้มแข็ง สามารถผลิตน้ำนมดิบที่มีคุณภาพและนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์นมเพื่อใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเด็กนักเรียนตามโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน ซึ่งจะช่วยให้เด็กนักเรียนมีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรง ในขณะเดียวกันเกษตรกรที่ประกอบอาชีพอื่นก็สามารถใช้เป็นทางเลือกอาชีพเพื่อลดความเสี่ยงและผลกระทบจากปัญหาภัยธรรมชาติและปัญหาด้านการเกษตรอื่นๆได้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงมีนโยบายในการส่งเสริมอาชีพให้เกษตรกรมีความอยู่ดี กินดี โดยยึดหลัก "ตลาดนำการผลิต" ผลผลิตมีคุณภาพตรงกับความต้องการของตลาด ทำให้ราคาสินค้ามีความแน่นอน สามารถแข่งขันกับการเปิดเสรีทางการค้าได้ ทำให้อาชีพการลี้ยงปศุสัตว์มีความมั่นคง สร้างรายได้มั่งคั่งและยั่งยืนในอนาคต อันจะเกิดความมั่นคงในอาชีพการเลี้ยงปศุสัตว์ รวมทั้งเกิดการรวมกลุ่มและสร้างเครือข่ายของกลุ่มผู้เลี้ยงสัตว์มีความเข้มแข็งและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันระหว่างเกษตรกรด้วยกันเองและเจ้าหน้าที่ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการประกอบอาชีพให้มั่นคงและมีอำนาจการต่อรองทางการตลาดได้ จากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ เกษตรกรผู้ลี้ยงโคนมทั้งประเทศมีจำนวน 18,301 ราย โคนมจำนวน 661,741 ตัว ปริมาณน้ำนมดิบ 3,450 ตัน/วัน เกษตรกรผู้เลี้ยงโคเนื้อมีจำนวน 860,604 ราย โคเนื้อจำนวน 5,838,118 ตัว สำหรับ จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโดนมจำนวน 958 ราย โคนมจำนวน 35,774 ตัว ปริมาณน้ำนมดิบ 195 ตัน/วัน และเกษตรกรรผู้เลี้ยงโคเนื้อจำนวน 10,612 ราย โคเนื้อจำนวน 134,460 ตัว ซึ่งจากจำนวนเกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ของจังหวัด ทำให้มั่นใจว่าเกษตรกรส่วนหนึ่งมีรายได้หลักจากการประกอบอาชีพด้านปศุสัตว์ จึงขอให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่จาก ฐานเรียนรู้ทั้ง 5 ฐานที่มีการจัดเตรียมไว้ได้ศึกษา สอบถาม แลกเปลี่ยน เรียนรู้และประเมินศักยภาพ ว่าอาชีพใดเหมาะสมที่จะเป็นอาชีพใหม่หรืออาชีพเสริม โดยปรับเปลี่ยนอาชีพให้เหมาะสมกับตนองหรือมีส่วนที่จะนำไปปรับปรุงอาชีพที่ทำอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้น นายสัตวแพทย์สรวิศ กล่าวว่าปัจจุบันการส่งเสริมอาชีพการเลี้ยงโคนมได้มุ่งนั้นให้เกษตรกรมีการจัดการเลี้ยงดูโคนมเพื่อผลิตน้ำนมที่มีคุณภาพ มีองค์ประกอบทางโภชนาการเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดตรงกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค แต่ด้วยสภาพการจัดการฟาร์มโคนมของเกษตรกรในปัจจุบันยังต้องมีการพัฒนา เสริมสร้างความรู้ความเข้าใจตลอดจนเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าให้เกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้ให้มากยิ่งขึ้นภายใต้สภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ประกอบกับในปี 2568ประเทศไทยต้องเปิดเขตการค้าเสรีหรือข้อตกลงทางการค้าเสรี (FTA) ส่งผลให้น้ำนมดิบและผลิตภัณฑ์ของน้ำนมโคนมที่นำเข้ามีภาษีเป็นศูนย์ ทำให้เกษตรกรต้องมีการพัฒนาระบบการเลี้ยง การจัดการฟาร์ม เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตและพัฒนาคุณภาพน้ำนม เพื่อให้สามารถแข่งขันในตลาดการค้าเสรีได้ จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้เกษตรกรที่สนใจการเลี้ยงโคนมและปศุสัตว์ชนิดอื่นๆเช่นโคขุน แพะเนื้อ ได้เข้ามาศึกษาผ่านฐานการเรียนรู้ 5 ฐาน คือการจัดการฟาร์ม การปรับปรุงพันธุ์ และพันธุ์สัตว์ที่ตลาดต้องการ การจัดการอาหารสัตว์และพืชอาหารสัตว์ที่สำคัญ การจัดการสุขภาพมาตรฐานฟาร์มและการเคลื่อนย้ายสัตว์ การแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์และการตลาด อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งเกษตรกรผู้เลี้ยงโคอย่างยั่งยืนต่อไป.