พบศพตา 75 ถูกทุบหัวแทงคอหลายแผล​ ทิ้งศพอำพรางข้างทาง​ ให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ ตร.คุมตัวลูกชายเค้นสอบ

ภูมิภาค29 มิ.ย. 2565 • 07:19 น.
พบศพตา 75 ถูกทุบหัวแทงคอหลายแผล​ ทิ้งศพอำพรางข้างทาง​ ให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ ตร.คุมตัวลูกชายเค้นสอบ

 

พบศพตาวัย 75 ชาวบุรีรัมย์​ ถูกทุบศรีษะและแทงหลายแผลทิ้งศพอำพรางข้างทางพร้อม จยย.และรถเข็นของ ให้เหมือนเป็นอุบัติเหตุ   ตร.รุดตรวจสอบบ้านผู้ตายพบคราบเลือดหยดเป็นทางยาว  รอยลากกับพื้นดิน และที่นอนถูกเผาคาดทำลายหลักฐาน   คุมตัวลูกชายวัย 28 เค้นสอบแต่ยังปากแข็ง  พี่ชายโมโหพุ่งเข้าต่อยน้อง​ เชื่อเป็นคนฆ่าพ่อเพราะเคยจะทำร้ายพ่อมาแล้ว  

เวลาประมาณ 05.00น. (29 มิ.ย.65)  ร.ต.ท.จิรายุ  ตาจงราช  รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.ประโคนชัย   จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งพบศพชายสูงอายุนอนหงายเสียชีวิตในลักษณะขาพาดอยู่บนรถเข็นของ บริเวณริมถนนทางหลวงหมายเลข 24 สายโชคชัย-เดชอุดม ช่วงทางโค้งบ้านไพศาล  ต.ไพศาล  ฝั่งขาเข้าอำเภอประโคนชัย จ.บุรีรัมย์  โดยมีรถจักรยานยนต์ล้มคว่ำอยู่ใกล้กับศพด้วย   เบื้องต้นคาดว่าอาจจะเกิดอุบัติเหตุถูกรถเฉี่ยวชนเสียชีวิต   จึงได้รายงานผู้บังคับบัญชาทราบ  พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.ประโคนชัย   และหน่วยกู้ภัยบ้านสองเมือง  ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ

           เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุก็พบร่างนายเขมา   (สงวนนามสกุล)​ อายุ 75 ปี  อยู่บ้านละลมพะนู  ต.ไพศาล อ.ประโคนชัย  นอนหงายเสียชีวิตในลักษณะขาท่อนล่างจนถึงหัวเข่าพาดอยู่บนรถเข็นของสีฟ้า สวมเสื้อแขนยาวสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำถูกถลกลงจากเอวจนเห็นกางเกงใน  และพบรถจักรยานยนต์​ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ​ สีเทา หมายเลขทะเบียนชลบุรี  ล้มคว่ำอยู่ใกล้กับศพด้วย    แต่จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการเฉี่ยวชนโดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ไม่ได้รับความเสียหาย   และที่น่าตกใจคือเมื่อแพทย์ตรวจสอบสภาพศพผู้เสียชีวิตเบื้องต้น   พบที่บริเวณศรีษะคล้ายกับถูกของแข็งทุบตีเป็นแผลฉกรรจ์จนกะโหลกเปิด  ทั้งมีแผลคล้ายถูกของมีคมเฉือนที่ใบหน้าอีกหลายแผล   รวมถึงที่ลำคอและท้ายทอยก็มีรอยเหมือนถูกของมีคมแทงอีก 2 แผลด้วย  เจ้าหน้าที่จึงสันนิษฐานว่า​ ไม่น่าจะเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ   แต่น่าจะถูกทำร้ายร่างกายแล้วนำศพมาทิ้งอำพราง   จึงได้ให้หน่วยกู้ภัยฯ นำร่างผู้เสียชีวิตส่งให้แพทย์ผ่าชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียด

     จากนั้นพนักงานสอบสวน และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ประโคนชัย  ก็ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียดอีกครั้ง  รวมถึงตรวจสอบบ้านของผู้เสียชีวิตด้วย   โดยที่บ้านก็ความผิดปกติหลายอย่าง  ทั้งรอยคล้ายคราบเลือดตามพื้นดินแต่เหมือนกับถูกขุดเอาดินตรงที่มีหยดเลือดออก  ทั้งพบรอยครูดกับพื้นดินคล้ายกับมีการลากอะไรบางอย่าง   ทั้งยังพบที่นอนของผู้ตายถูกเผาทิ้งเอาไว้อยู่หลังบ้านด้วย  และพบมีดปลายแหลมอีก 2 เล่มอยู่ภายในบ้านแต่ไม่มีคราบเลือด  จึงเก็บไปทำการตรวจสอบ   นอกจากนั้นยังเจอคราบเลือดหยดตั้งแต่ถนนลาดยางหน้าบ้าน  ไปจนถึงจุดเกิดเหตุระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตรด้วย   จากร่องรอยที่พบทำให้เชื่อได้ว่าผู้ตายน่าจะถูกฆาตรกรรมแล้วนำศพไปทิ้งอำพรางให้ดูเหมือนเป็นอุบัติเหตุ

        จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ  จึงได้ทำการควบคุมตัวนายชัชวาล   (สงวนนามสกุล)​ อายุ 28 ปี ลูกชายคนที่ 5 ของผู้ตาย  ไปสอบปากคำที่โรงพัก   เนื่องจากนายชัชวาล  อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวกับผู้ตายเพียง 2 คน ส่วนลูกอีก 5 คนแยกย้ายไปมีครอบครัวและอาศัยอยู่ที่อื่น   แต่จากการสอบถามนายชัชวาล  เบื้องต้น  ก็ปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนทำร้ายพ่อหรือทำให้พ่อเสียชีวิต   แต่กลับอ้างว่า  เมื่อช่วงเย็นวานนี้พ่อเป็นคนลากที่นอนของตัวเอง  ออกมาวางไว้ที่หลังบ้าน  แล้วตอนประมาณตี 3 พ่อก็จุดไฟเผาที่นอนที่ลากมาไว้หลังบ้าน  แล้วบอกให้ตนคอยดูเดี๋ยวไฟจะลามไหม้บ้าน   จากนั้นพ่อก็ขับรถจักรยานยนต์ออกไปข้างนอก  แต่ไม่รู้ว่าพ่อไปไหน   มารู้อีกทีก็ตอนมีเจ้าหน้าที่มาที่บ้านว่าพ่อเสียชีวิตแล้ว   ยืนยันว่าไม่ได้เป็นคนฆ่าพ่อ   แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อจึงนำตัวไปสอบที่โรงพัก

    ซึ่งขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะควบคุมตัวนายชัชวาล  ลูกชายคนที่ 5 ที่อาศัยอยู่กับผู้ตายไปสอบปากคำที่โรงพัก    นายวีรวัฒน์    อายุ 50 ปี พี่ชายคนโต​ ซึ่งเดินทางไปดูศพพ่อที่เกิดเหตุและมาที่บ้านด้วย  ก็ได้พุ่งเข้าไปชกต่อยนายชัชวาล  ด้วยความโมโห ก่อนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะรีบนำตัวขึ้นรถ   ซึ่งจากการสอบถามนายวีรวัฒน์   พี่ชายคนโตว่า​ ทำไมถึงเข้าไปชกต่อยน้องชาย พี่ชายก็บอกว่าตนเชื่อว่าน้องเป็นคนฆ่าพ่ออย่างแน่นอน  เพราะพ่อเคยเล่าให้ฟังว่าทะเลาะกับน้องชายบ่อยครั้ง  และน้องชาย เคยพยายามจะทำร้ายพ่อด้วย  จนระยะหลังตนก็จะแวะเวียนมาดูพ่อที่บ้านเรื่อยๆ  แต่ยังไม่รู้ว่าสาเหตุที่น้องจะฆ่าพ่อเป็นเพราะอะไรเพราะน้องยังไม่บอกอะไร

           ด้านอาสากู้ภัยบ้านสองเมือง เล่าว่า  หลังได้รับการประสานให้ร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ  ว่าพบศพคนเสียชีวิตอาจจะถูกรถเฉี่ยวชน    แต่เมื่อไปเห็นที่เกิดเหตุพบความผิดปกติหลายอย่าง  ทั้งรถ จยย.ที่ล้มคว่ำอยู่ไม่ได้มีร่องรอยความเสียหาย กุญแจหมุนอยู่ในลักษณะปิด และเกียร์อยู่ในตำแหน่งเกียร์ว่าง    ที่สำคัญพบรอยบาดแผลฉกรรจ์ที่ศีรษะด้านหน้า  คล้ายถูกของแข็งทุบจนกระโหลศรีษะเปิด  ทั้งยังมีรอยคล้ายของมีเฉือนที่ใบหน้า   แทงคอและท้ายทอยอีกหลายแผล   จากประสบการณ์ที่ทำงานกู้ภัยฯ เชื่อว่ารอยแผลดังกล่าวไม่น่าจะเกิดจากอุบัติเหตุรถชน   น่าจะเป็นเหตุฆาตรกรรมอำพรางมากกว่า  ซึ่งก็ต้องรอเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพิสูจน์ และหาข้อเท็จจริงอีกครั้ง