ร้อยเอ็ดประกาศยกระดับมาตรการคุมเข้มการแพร่ระบาดโควิด19
เมื่อวันที่ 12 ก.ค.64 นายชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ผู้กำกับการบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดร้อยเอ็ด ออกประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด
เรื่อง มาตรการเฝ้าระวังและป้องกันควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) (ฉบับที่ 35) ความว่า ...
ตามที่ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไปเป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ได้มีประกาศมาตรการเฝ้าระวังป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) ตามประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด จนถึง (ฉบับที่ 34) ลงวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2564 ไปแล้ว
แต่สถานการณ์ปัจจุบันยังพบการระบาดเป็นกลุ่มก้อนขนาดใหญ่ ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) ในหลายพื้นที่ครอบคลุมทุกภาคของประเทศ และมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา9 แห่งพระราชกำหนดการบริหรราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548(ฉบับที่ 27 ) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม 2564 ได้ยกระดับความเข้มข้นของมาตรการและการบังคับใช้ เพื่อแก้ไขและคลี่คลายสถานการณ์โดยเร็ว นั้น
เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COMD-19) ของจังหวัดร้อยเอ็ดอย่างเหมาะสม อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 28 มาตรา 34 และมาตรา 35 แห่งพระราชบัญญัติโรคติดต่อพ.ศ. 2558 ประกอบกับข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 1) ลงวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2564 (ฉบับที่ 27) ลงวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดร้อยเอ็ด ตามมติที่ประชุมครั้งที่ 39/2564เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564 จึงกำหนดมาตรการควบคุมป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID- 19) ดังต่อไปนี้
1. การปฏิบัติตามมาตรการป้องกันโรคตามประกาศจังหวัดร้อยเอ็ดให้ส่วนราชการ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคตาม ประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด ฉบับนี้และฉบับที่แล้วมา ที่ยังมีผลบังคับใช้ ตามบัญชีสรุปมาตรการประกาศจังหวัดร้อยเอ็ด
2. การใช้อาคาร หรือสถานที่ของโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษา
2.1. โรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาทุกประเภท ให้งดใช้อาคารหรือสถานที่เพื่อจัดการเรียน การสอนหรือทำกิจกรรมใดที่มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมจำนวนมาก และมีโอกาสติดต่อสัมผัสกันได้ง่ายทำให้เสี่ยงต่อการแพร่โรค เว้นแต่เป็นการใช้พื้นที่เพื่อกิจกรรมสื่อสารแบบทางไกล หรือด้วยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ หรือประโยชน์ในการป้องกันควบคุมโรคติดต่อของทางราชการ
2.2 ให้โรงเรียน สถาบันการศึกษาทุกประเภท งดการเรียนการสอนแบบมานั่งเรียนตามปกติ (ON SITE)ให้ปรับเปลี่ยนเป็นการเรียนการสอนรูปแบบอื่นตามที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดโดยพิจารณาตามความเหมาะสม
3. มาตรการเกี่ยวกับการเดินทางเข้าออกพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด และการตรวจคัดกรองการเดินทาง
3.1 การเดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด
กรณีผู้ที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ในพื้นที่ กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (จังหวัดนครปฐม จังหวัดนนทบุรี จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ และจังหวัดสมุทรสาคร) และพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ (จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดสงขลา) ให้ถือปฏิบัติดังนี้
(1) แจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าพื้นที่ต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
(2) เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ ให้รายงานตัวต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
(3) ลงทะเบียนในแอพลิเคชั่น ของจังหวัดร้อยเอ็ด
(4) กักตนเองที่บ้าน หรือที่พักอาศัย หรือที่ที่ทางราชการกำหนด เป็นเวลา 14 วัน หรือ ตามที่พักอาศัยอยู่จริง ทั้งนี้ต้องปฏิบัติตามแนวทางการป้องกันและควบคุมโรคที่ทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
(5) กรณีแรงานกลุ่มเสี่ยงที่เดินทางมาจากพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ให้เข้ารับการกักตัวโดยคุมไว้สังเกต ในที่สถานที่กักตัวของแต่ละพื้นที่กำหนด
(6) ผู้ที่ได้รับคำสั่งให้กักตัวหากมีความจำเป็นจะต้องเดินทางไปปฏิบัติภารกิจหรือทำธุระส่วนตัวให้ขออนุญาตต่อเจ้าพนักงานควบคุมโรคติดต่อในพื้นที่ก่อนทุกครั้ง
(7) ผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิด Sinovac/Sinophamm เข็มที่ 2 มาแล้วไม่น้อยกว่า14 วัน หรือผู้ที่ได้รับวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ชนิดอื่น เข็มที่ 1 มาแล้วไม่น้อยกว่า 28 วัน ไม่ต้องกักตัว ทั้งนี้ต้องรายงานตัวพร้อมแสดงหลักฐานต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่และให้ปฏิบัติตามมาตรการป้องกันควบคุมโรคทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งลงทะเบียนผ่าน Q.R Code ร้อยเอ็ดพร้อมด้วย
3.2 ผู้เดินทางจากจังหวัดอื่น นอกจาก ข้อ 3.1ให้ปฏิบัติดังนี้
(1) แจ้งล่วงหน้าก่อนเข้าพื้นที่ต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
(2) เมื่อเดินทางเข้าพื้นที่ ให้รายงานตัวต่อ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน อสม. หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่
(3) ลงทะเบียนในแอพลิเคชั่น ของจังหวัดร้อยเอ็ด
(4) สังเกตอาการตนเองเป็นเวลา 14 วัน และปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
(5) กรณีพักอาศัยในสถานประกอบการโรงแรม ที่พักอื่นในลักษณะเดียวกัน ให้ลงทะเบียนตามระบบที่สถานที่พักจัดให้และปฏิบัติตนตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคของทางราชการกำหนดอย่างเคร่งครัด
ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้มีความผิดตามพระราชบัญญัติโรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มาตรา 51ต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือ มาตรา 52 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับและมีความผิดตามมาตรา 18 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 12 กรกฎาคม 2564 จนกว่าจะมีคำสั่งหรือประกาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะได้มีการประเมินเป็นระยะเพื่อกำหนดแนวทางการปฏิบัติให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ต่อไป
ประกาศ ณ วันที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2564