ชาวขอนแก่น ตั้งรางวัลนำจับโจร 10,000 บาท หลังถูกคนร้ายแอบย่องเข้ามาก่อเหตุขโมยกระเป๋าสะพายขณะกำลังเกี่ยวข้าว ได้เงินสดไปจำนวนกว่าแสน
ชาวขอนแก่น ตั้งรางวัลนำจับโจร 10,000 บาท หลังถูกคนร้ายแอบย่องเข้ามาก่อเหตุขโมยกระเป๋าสะพายขณะกำลังเกี่ยวข้าว ได้เงินสดไปจำนวนกว่า 100,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และ 1 สลึงรวม 2 เส้น เจ้าของสุดทนสาปแช่งคนร้ายให้เสียมากกว่าที่ได้ไป
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่ อ.สีมชมพู จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับ นางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 ม. 11 บ้านนาเจริญ ต.นาจาน อ.สีชมพู จังหวัดขอนแก่น หลังจากที่โซเชียนมีเดียและเพจต่างๆได้มีการเผยแพร่ภาพขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุพร้อมข้อความระบุว่า “ขอความร่วมมือแนจร้ามีไผรู้เบาะแสคนร้ายรึเห็นคนแวะนาท่งนี้บ่ว่า มีคนขโมยกระเป๋ายุบนเถียงนาในกระเป๋ามีเงิน100,000บาทสร้อยคอ/บาทเส้นสร้อยคอ1สลึงอีก1เส้น บัตรเอทีเอ็ม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก ไผพอรู้เบาะแสรึเห็นกระเป๋าใบสีน้ำตาลรึว่าเห็นกระเป๋าเหี่ยยุแถวนาจานหนองไฮหนองหมูรึเขตใกล้เคียงแจ้งแนเด้อจ้ารึโทมาบอกกะได้จ้าสิมีรางวัลให้0630049874ที่บ้านนาเจริญ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น”
โดยเมื่อไปถึง นางหนูหลิ่ง พร้อมสามีและหลานชาย พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณกระท่อมนา จุดเกิดเหตุที่ถูกคนร้ายขโมยกระเป๋า ซึ่งใส่เงินสด 100,000 บาทพร้อมสร้อยคอทองคำ 2 เส้น เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง จุดที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมนาอยู่ริมถนน โดยที่ริมถนนนั้น มีต้นไม้ขึ้นรกทึบเต็มไปหมด
นางหนูหลิ่ง บอกว่า ตัวเองกับสามีเป็นคนประหยัด ทำมาหากินในทุกอาชีพที่ได้เงิน รับจ้างทำงานทุกชนิด รวมทั้งเก็บของเก่าขายและรวบรวมเงินใส่กระเป๋าติดตัวไว้ เมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ตัดอ้อย ก็จะนำไปฝากธนาคาร 1 ครั้งทำเช่นนี้ติดต่อกันมาร่วม 20 ปีแล้วจนมีเงินซื้อที่นา ทำนา ปลูกอ้อย เลี้ยงลูกหลาน ก่อนเกิดเหตุ ได้ชวนสามีมานอนเฝ้านา และได้นัดรถมาสีข้าว จึงเปิดประตูทางเข้าเอาไว้
"หลังรับประทานอาหารเช้า จึงชวนสามีและหลานชายลงไปยังทุ่งนา ห่างจากกระท่อมประมาณ 100 เมตร โดยได้วางกระเป๋าเรียงกันไว้ที่กระท่อมนา จากนั้นได้ร่วมกันเก็บฟ่อนข้าว รอรถสีข้าว ประมาณ 1 ช่วงโมง จึงขึ้นมาพัก หลานชายจึงถามหากระเป๋า แต่หาไม่เจอ จึงช่วยกันหาก็หาไม่เจอ จึงรู้ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยเอากระเป๋าที่ใส่เงินไป ซึ่งภายในมีธนบัตรฉบับละ 1,000บาท ฉบับละ 100และ 20บาท ซึ่งมัดรวมกันไว้ในกระเป๋ารวมแล้ว 100,000บาท พร้อมสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 บาท 1 เส้น เส้นละ 1 สลึงอีก 1 เส้น และเอกสารสำคัญหลายอย่าง รวมถึงบัตรสวัสดิของรัฐด้วย"
นางหนูหริ่ง กล่าวต่ออีกว่า เมื่อแน่ใจแล้วว่ากระเป๋าเงินหาย จึงให้หลานชายโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพูทันที อย่างไรก็ดีเมื่อคนร้ายขโมยเงินสดไป ครอบครัวก็หมดตัว ต้องยืมเงินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย แต่ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว จึงขอให้รางวัลนำจับ จำนวน 10,000บาทสำหรับคนแจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ และขอสาปแช่งให้คนร้ายสิ้นเนื้อประดาตัว เดือดร้อนไปตลอดชีวิต
ขณะที่ พ.ต.ท.ไพเราะ พุ่มคำ สว.สส.สภ.สีชมพู กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมพนักงานสอบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกดเหตุ แต่เนื่องจากจุดดังกล่าว ไม่มีใครพบเห็นตัวคนร้ายเนื่งจสด ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงต้องทำการสืบสวนสอบสวนจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งชาวบ้านที่ตากข้าวบนถนน และญาติพี่น้องคนใกล้ชิด รวมทั้งยังได้ประสานไปยังร้านทองในอำเภอสีชมพู อำเภอใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายอย่างเร่งด่ว
ชาวขอนแก่น ตั้งรางวัลนำจับโจร 10,000 บาท หลังถูกคนร้ายแอบย่องเข้ามาก่อเหตุขโมยกระเป๋าสะพายขณะกำลังเกี่ยวข้าว ได้เงินสดไปจำนวนกว่า 100,000 บาท สร้อยคอทองคำหนัก 2 บาท และ 1 สลึงรวม 2 เส้น เจ้าของสุดทนสาปแช่งคนร้ายให้เสียมากกว่าที่ได้ไป
เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 23 พ.ย. 2563 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ ที่ อ.สีมชมพู จ.ขอนแก่น เพื่อพบกับ นางหนูหลิ่ง อ่างชิน อายุ 55 ปี อยู่บ้านเลขที่ 164 ม. 11 บ้านนาเจริญ ต.นาจาน อ.สีชมพู จังหวัดขอนแก่น หลังจากที่โซเชียนมีเดียและเพจต่างๆได้มีการเผยแพร่ภาพขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุพร้อมข้อความระบุว่า “ขอความร่วมมือแนจร้ามีไผรู้เบาะแสคนร้ายรึเห็นคนแวะนาท่งนี้บ่ว่า มีคนขโมยกระเป๋ายุบนเถียงนาในกระเป๋ามีเงิน100,000บาทสร้อยคอ/บาทเส้นสร้อยคอ1สลึงอีก1เส้น บัตรเอทีเอ็ม บัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก ไผพอรู้เบาะแสรึเห็นกระเป๋าใบสีน้ำตาลรึว่าเห็นกระเป๋าเหี่ยยุแถวนาจานหนองไฮหนองหมูรึเขตใกล้เคียงแจ้งแนเด้อจ้ารึโทมาบอกกะได้จ้าสิมีรางวัลให้0630049874ที่บ้านนาเจริญ อ.สีชมพู จ.ขอนแก่น”
โดยเมื่อไปถึง นางหนูหลิ่ง พร้อมสามีและหลานชาย พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ บริเวณกระท่อมนา จุดเกิดเหตุที่ถูกคนร้ายขโมยกระเป๋า ซึ่งใส่เงินสด 100,000 บาทพร้อมสร้อยคอทองคำ 2 เส้น เหตุเกิดเมื่อ วันที่ 21 พ.ย.ที่ผ่านมา ซึ่ง จุดที่เกิดเหตุเป็นกระท่อมนาอยู่ริมถนน โดยที่ริมถนนนั้น มีต้นไม้ขึ้นรกทึบเต็มไปหมด
นางหนูหลิ่ง บอกว่า ตัวเองกับสามีเป็นคนประหยัด ทำมาหากินในทุกอาชีพที่ได้เงิน รับจ้างทำงานทุกชนิด รวมทั้งเก็บของเก่าขายและรวบรวมเงินใส่กระเป๋าติดตัวไว้ เมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยว ตัดอ้อย ก็จะนำไปฝากธนาคาร 1 ครั้งทำเช่นนี้ติดต่อกันมาร่วม 20 ปีแล้วจนมีเงินซื้อที่นา ทำนา ปลูกอ้อย เลี้ยงลูกหลาน ก่อนเกิดเหตุ ได้ชวนสามีมานอนเฝ้านา และได้นัดรถมาสีข้าว จึงเปิดประตูทางเข้าเอาไว้
"หลังรับประทานอาหารเช้า จึงชวนสามีและหลานชายลงไปยังทุ่งนา ห่างจากกระท่อมประมาณ 100 เมตร โดยได้วางกระเป๋าเรียงกันไว้ที่กระท่อมนา จากนั้นได้ร่วมกันเก็บฟ่อนข้าว รอรถสีข้าว ประมาณ 1 ช่วงโมง จึงขึ้นมาพัก หลานชายจึงถามหากระเป๋า แต่หาไม่เจอ จึงช่วยกันหาก็หาไม่เจอ จึงรู้ว่ามีคนร้ายเข้ามาขโมยเอากระเป๋าที่ใส่เงินไป ซึ่งภายในมีธนบัตรฉบับละ 1,000บาท ฉบับละ 100และ 20บาท ซึ่งมัดรวมกันไว้ในกระเป๋ารวมแล้ว 100,000บาท พร้อมสร้อยคอทองคำเส้นละ 2 บาท 1 เส้น เส้นละ 1 สลึงอีก 1 เส้น และเอกสารสำคัญหลายอย่าง รวมถึงบัตรสวัสดิของรัฐด้วย"
นางหนูหริ่ง กล่าวต่ออีกว่า เมื่อแน่ใจแล้วว่ากระเป๋าเงินหาย จึงให้หลานชายโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สีชมพูทันที อย่างไรก็ดีเมื่อคนร้ายขโมยเงินสดไป ครอบครัวก็หมดตัว ต้องยืมเงินญาติพี่น้องมาใช้จ่าย แต่ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับคนร้ายให้ได้โดยเร็ว จึงขอให้รางวัลนำจับ จำนวน 10,000บาทสำหรับคนแจ้งเบาะแส จนเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับตัวได้ และขอสาปแช่งให้คนร้ายสิ้นเนื้อประดาตัว เดือดร้อนไปตลอดชีวิต
ขณะที่ พ.ต.ท.ไพเราะ พุ่มคำ สว.สส.สภ.สีชมพู กล่าวว่า หลังรับแจ้งเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน พร้อมพนักงานสอบสวน ได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกดเหตุ แต่เนื่องจากจุดดังกล่าว ไม่มีใครพบเห็นตัวคนร้ายเนื่งจสด ไม่มีกล้องวงจรปิด จึงต้องทำการสืบสวนสอบสวนจากชาวบ้านที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุ ทั้งชาวบ้านที่ตากข้าวบนถนน และญาติพี่น้องคนใกล้ชิด รวมทั้งยังได้ประสานไปยังร้านทองในอำเภอสีชมพู อำเภอใกล้เคียง เพื่อหาเบาะแสของคนร้ายอย่างเร่งด่วนแล้ว