บุกโคราช "สุดารัตน์" ควง “โภคิน” นำทีมคาราวานสร้างไทย 77 จังหวัด รับฟังเสียงสะท้อนผู้ประกอบการ ย้ำโคราชต้องเป็นเมืองหลัก มิใช่เมืองผ่าน
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม ที่เรือนโคราช-เฉลิมวัฒนา ตรงข้ามลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) นครราชสีมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานพรรคไทยสร้างไทย พร้อมนายโภคิน พลกุล นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น น.ต.ศิธา ทิวารี จัดเวทีพบผู้ประกอบการ ภาคธุรกิจ-การท่องเที่ยวในท้องถิ่น โดยเน้นย้ำความผูกพันของครอบครัวคุณหญิงสุดารัตน์ เกิดและเติบโตรวมทั้งประกอบธุรกิจขายผ้าไหมในตัวเมืองโคราช จึงมีความคุ้นเคย ความผูกพันอย่างลึกซึ้งกับถิ่นกำเนิดในฐานะลูกโคราชหลานย่าโม
คุณหญิงสุดารัตน์ เปิดเผยว่า หลายปีที่ผ่านมาโคราชซบเซาต่อเนื่อง เดิมเป็น “ประตูสู่อีสาน” เป็น “เมืองหลัก” ปัจจุบันกลายเป็นเพียง “เมืองผ่าน” ทั้งที่มีจุดแข็งโดยเฉพาะด้าน Logitics อุตสาหกรรม เทคโนโลยีอุตสาหกรรมเกษตร จึงสมควรจะมี “ท่าเรือบก” เป็นเขตปลอดภาษีเพื่อการส่งออกและเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับคึกคักอีกครั้ง
“โคราชเคยจุดหมายปลายทางเส้นทางท่องเที่ยว ดูได้จากรถทัวร์ปรับอากาศที่มาโคราชมากมายในอดีต ทำให้การค้าขายเฟื่องฟู ขณะนี้สิ่งเหล่านี้ได้หายไป จึงเล็งเห็นปัญหาและให้คำมั่นจะพลิกฟื้นเศรษฐกิจโคราชให้กลับมาดีขึ้นอีกครั้ง”
ด้านนายโภคิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนประเทศ พรรคไทยสร้างไทย กล่าวว่า หากจะเปลี่ยนแปลงประเทศต้องเปลี่ยนแปลงพรรคการเมืองก่อน จึงเชิญทุกคนมาร่วมสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุดกับพรรคไทยสร้างไทย เพื่อส่งมอบให้กับลูกหลาน ที่ผ่านมา แนวคิด “อำนาจนิยม" เอื้อพวกพ้องทำให้ประเทศถดถอยโดยใช้กลไก “รัฐราชการ” จนสร้างความยากลำบากคนตัวเล็กในเรื่องที่ไม่เป็นเรื่องและเป็นบ่อเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่น
ทั้งนี้การเพิ่มขึ้นของกฎระเบียบจาก “รัฐราชการ” เป็นตัวฉุดรั้งคนไทยให้อยู่ภายใต้พันธนาการและที่สำคัญต้องสร้างพลัง Empower ให้ประชาชนคนตัวเล็กให้มีเสียงที่ผู้มีอำนาจรับผิดชอบต้องฟัง ส่วนการปลดปล่อย Liberate คนตัวเล็ก ต้องทำการกิโยตินกฎหมายที่ไม่มีจำเป็นฉุดรั้งการทำมาหากินประชาชน อย่างเช่น กฎหมายการประมงที่ออกด้วยความไม่เข้าใจทำให้ประมงพื้นบ้านได้รับผลกระทบจนไม่สามารถทำมาหากินได้ ดังนั้นจึงต้องออก พ.ร.ก. 1 ฉบับ แขวนการบังคับใช้กฎหมายที่เป็นอุปสรรคเป็นเวลา 3 ปี เพื่อทำsandbox ทางกฎหมายโดยเร่งแก้ไขให้เสร็จสมบูรณ์เวลาดังกล่าว หากแก้ไม่เสร็จก็ต้องแขวนการบังคับใช้อีก 2 ปี จนกว่าจะแก้กฎหมายให้เสร็จ
“ประเทศไทยมีจุดแข็งที่สำคัญในด้านอาหาร สุขภาพ ท่องเที่ยว การเป็นศูนย์กลางคมนาคมและโลจิสติกส์ หากการวางแผนที่ดีจะสามารถผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านอาหาร ด้านสุขภาพ ด้านการท่องเที่ยว และด้านคมนาคมโลจิสติกส์ นอกจากนี้การลดจำนวนปีในการศึกษาจะช่วยให้ผู้ปกครองและเด็กมีภาระน้อยลง และสามารถทำตามความฝันของตนเองได้เร็วขึ้น นอกจากนี้การยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางต้องนำจุดเด่นความสามารถของแต่ละจังหวัด มาสร้างเป็น Networking กันทั้งระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และขีดความสามารถในการแข่งขัน”
พรรคไทยสร้างไทยภายใต้การนำของคุณหญิงสุดารัตน์ มอง “ประชาชนเป็นศูนย์กลาง” ในการจัดทำนโยบาย แต่น่าเสียดายที่ “รัฐราชการ” ทำให้ประชาชนคนตัวเล็กต้องมีข้อติดขัดต่างๆในการทำมาหากิน จนเป็นอุปสรรคในการสร้างรายได้ ดังนั้น พวกเราต้องสร้างพลังempower และliberate ปลดปล่อยประชาชนให้เร็วที่สุด นายโภคิน กล่าว