สมเด็จพระอัคร มหาสังฆราชาธิบดี เทพวงศ์สมเด็จพระสังฆราช ประเทศกัมพูชา เสด็จเป็นองค์ประธาน บำเพ็ญพระกุศล เปลี่ยนผ้าไตรสรีระสังขารหลวงปู่สรวง ปีที่ 19

ภูมิภาค7 เม.ย. 2562 • 15:57 น.
สมเด็จพระอัคร มหาสังฆราชาธิบดี เทพวงศ์สมเด็จพระสังฆราช ประเทศกัมพูชา เสด็จเป็นองค์ประธาน บำเพ็ญพระกุศล เปลี่ยนผ้าไตรสรีระสังขารหลวงปู่สรวง ปีที่ 19
วันที่ 7 เมษายน 2562 ที่วัดไพรพัฒนา อำเภอภูสิงห์ จังหวัศรีสะเกษ สมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี เทพวงศ์ พระสังฆราชประเทศกัมพูชา เป็นประธานสืบสานพระพุทธศาสนาบูชามหาปูชนียาจารย์สรงน้ำเปลี่ยนผ้าไตร“หลวงปู่สรวง” ปีที่ 19 โดยมีพระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ ฝ่ายธรรมยุต พร้อมด้วย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพลตำรวจเอก ดร วีระชัย ทรงเมตตา และภรรยา พร้อมด้วยนางชไมมาศชาติ เมธากุล ประธานที่ปรึกษามูลนิธิหลวงปู่สรวง ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์ นายกสมาคมส่งเสริมเครือข่ายการท่องเที่ยวจังหวัดศรีสะเกษนำคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่สรวง จากกรุงเทพฯและปริมณฑล จำนวนประมาณ 2,000 คน จากทั่วประเทศ มาร่วมประกอบพิธีสรงน้ำและเปลี่ยนผ้าไตรหลวงปู่สรวง อันเป็นที่เคารพบูชาของชาวไทยและกัมพูชา โดยเฉพาะชาวภาคอีสานตอนล่างที่มีเขตแดนติดต่อประเทศกัมพูชา พิธีเริ่มต้นด้วยการตั้งเครื่องบวงสรวงยิ่งใหญ่สวยงามเครื่องบูชาอุดมสมบูรณ์ โดยสมเด็จพระอัครมหาสังฆราชาธิบดี เทพวงค์ พระสังฆราชประเทศกัมพูชาเป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบวงสรวง เทวดา และมีการประกอบพิธีทางพราหม์ด้วย ในระหว่างพิธีสมเด็จพระสังฆราชประเทศกัมพูชาทรงนำคณะปล่อยโคกระบือและมอบจักรยานให้นักเรียนกัมพูชา จำนวนมาก พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ กล่าวว่า ผ้าไตร ประกอบด้วย สบง จีวร อังสะ ผ้า 3 ผืนนี้ คณะสงฆ์วัดไพรพัฒนาได้ร่วมกันน้อมแสดงถึงความกตัญญูกตเวทีต่อบูรพาจารย์ คือ หลวงปู่สรวง ซึ่งร่างกายหรือสังขารไม่เน่าเปื่อยสถิตในโลงแก้ว ซึ่งการเปลี่ยนผ้าเปรียบเสมือนการป้องกันและปกป้องร่างกายมิให้เป็นที่น่ารังเกียจ โดยอานิสงส์ของการถวายผ้าไตรจีวรนั้น เมื่อเกิดมาในภพภูมิใดจะมีเสื้อผ้าเครื่องอาภรณ์สวมใส่ ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ้าไตรหลวงปู่สรวงดำเนินการโดยคณะศิษย์ผู้ใกล้ชิดที่เป็นชายเท่านั้น และปิดผ้าม่านอย่างมิดชิด ซึ่งการเปลี่ยนผ้าไตรนี้ได้ทำติดต่อกันมาปีนี้เป็นปีที่ 19 แล้ว แต่ละปีมีประชาชนและลูกศิษย์หลวงปู่สรวงจากทั่วประเทศมาร่วมพิธีกันจำนวนมาก ปีนี้ พิธีเริ่มด้วยรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพลตำรวจเอก ดร วีระชัย ทรงเมตตา นำคณะศิษยานุศิษย์หลวงปู่สรวงเดินแห่ผ้าไตร พานพุ่มดอกไม้ ไปรอบอุโบสถ และศาลาทม จำนวน 3 รอบ พระสงฆนำสวดมนต์ อิติปิโสเดินเวียนรอบบริเวณศาลาทมไปจนครบ 3 รอบ จากนั้นคณะนำผ้าไตรพระราชทานพร้อมเครื่องบูชา ขึ้นไปบนมณฑปปราสาทหลวงปู่สรวง กราบไหว้ขอขมาแด่สรีระสังขารหลวงปู่สรวง ยกสรีระสังขารของหลวงปู่สรวงออกจากโลง ประกอบพิธีเปลี่ยนผ้าไตรพระราชทานให้กับสรีระสังขารของหลวงปู่สรวง จากนั้น สมเด็จพระอัคร มหาสังฆราชาธิบดี สมเด็จพระมหาสังฆราช ในพระราชอาญาจักรกัมพูชา เสด็จเป็นองค์ประธาน ประกอบพิธีขอขมา พิธีบำเพ็ญพระกุศลสรีระสังขารหลวงปู่ เมื่อเสร็จพิธีจะนำโลงแก้วขึ้นไว้ที่เดิม เพื่อให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้บูชาต่อไป พระครูโกศลสิกขกิจ เจ้าคณะอำเภอภูสิงห์ กล่าวต่อไปว่า หลวงปู่สรวง ชาวบ้านรู้จักกันว่าเป็นพระชาวกัมพูชา ผู้ทรงศีลปฎิบัติดีปฏิบัติชอบพักอาศัยอยู่ตามกระท่อมในไร่นาของชาวบ้าน และย้ายไปในที่ต่าง ๆ ตามแถบเทือกเขาฯ ซึ่งชาวบ้านทั่วไปจะเข้าใจท่านในฐานะผู้ทรงศีลที่มีคุณวิเศษ มีความเมตตาช่วยเหลือชาวบ้าน และเรียกขานว่า "ลูกเอาวเบ๊าะ" หรือ "ลูกตาเบ๊าะ" เป็นภาษาเขมร หมายถึงพระดาบส เป็นพระมักน้อย สันโดษ สมถะ มีอุเบกขาสูง เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวกัมพูชา รวมถึงชาวจังหวัดศรีสะเกษ และใกล้เคียง หลวงปู่สรวง ละสังขาร เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2543 แต่สังขารยังคงสภาพเดิม ศิษยานุศิษย์จึงได้นำสรีระสังขารหลวงปู่สรวงบรรจุในโลงแก้ว พร้อมสร้างมณฑปปราสาทให้เพื่อถวายเป็นกุศล และเป็นศูนย์รวมจิตใจ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าปีที่ผ่านมาในขณะบวงสรวงมีพระอาทิตย์ทรงกลดแต่ปีนี้บวงสรวงเสร็จแห่รอบโบสถ์สามรอบฝนตก จึงเป็นเรื่องที่เหมือนมีปาฏิหาริย์ให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ทุกคน ดร กัลยาณี ธรรมจารีย์/ ศรีสะเกษ