ทสม.เกาะสาหร่าย พร้อมเครือข่ายรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ร่วมปกป้องพะยูน

ภูมิภาค27 ก.ค. 2562 • 12:36 น.
ทสม.เกาะสาหร่าย พร้อมเครือข่ายรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ร่วมปกป้องพะยูน
ทสม.เกาะสาหร่าย พร้อมเครือข่ายรักษาผลประโยชน์ทางทะเล ร่วมปกป้องพะยูน ด้านชาวบ้านกังวลหญ้าทะเล ไม่พอเลี้ยงพะยูน นายอดุลย์ ชนะบัณฑิต ประธาน ทสม.ต.เกาะสาหร่าย พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่จาก สำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จ.สตูล นำหนังสือ รายงานผลการอนุรักษ์พะยูนสัตว์ทะเลหายาก หญ้าทะเลในพื้นที่เกาะสาหร่าย ยื่นต่อนายจารุวัฒน์ เกลี้ยงเกลา ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล ณ ศาลากลางจังหวัดสตูล เพื่อเป็นข้อมูลในการวางแผนร่วมอนุรักษ์ดูแลให้มีความยั่งยืนต่อไป ทั้งนี้ เครือข่าย ทสม.ต.เกาะสาหร่าย อ.เมือง จ.สตูล ได้ร่วมอนุรักษ์ ดูแลพะยูนสัตว์ทะเลหายาก และหญ้าทะเลในพื้นที่ของตำบลโดยเฉพาะพื้นที่ในหมู่ที่ 1 บ้านตันหยงอุมา หมู่ที่ 2 บ้านบากันใหญ่ ซึ่งเป็นถิ่นที่อยู่อาศัยของพะยูน เต่าทะเล และหญ้าทะเลตั้งแต่อดีต และผลจากการร่วมกันอนุรักษ์ดูแลรักษาของชุมชน ปัจจุบันทำให้พะยูนเพิ่มปริมาณและจากการเก็บข้อมูลสำรวจมีอยู่ประมาณ 10 กว่าตัว ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ดี เนื่องจากพะยูนเป็นสัตว์ทะเลหายากควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็นสมบัติของชุมชนและสมบัติของชาติต่อไป นายอดุลย์ ชนะบัณฑิต ประธาน ทสม.ต.เกาะสาหร่าย กล่าวว่า กรณีที่มีการตรวจพบพะยูนเสียชีวิตจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา ทหารเรือ(ทร.) โดย ทับเรือภาค3 (ผ่านเวที ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ทางทะเล (ศรชล.เขต 3) ได้เชิญผู้แทนส่วนราชการต่างๆ ใน ศรชล. และส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ทางฝั่งทะเลอันดามันส่วนใหญ่ ทั้งส่วนราชการทหารเรือ ตำรวจน้ำ และพลเรือน มาร่วมหารือแนวทางในการป้องกันและแก้ไขปัญหาฯ ดังกล่าว เมื่อ 22 ก.ค.2562 ณ บก.ทรภ.3 จ.ภูเก็ต แล้ว สรุปสาระสำคัญเป็นมติที่ประชุมฯ ได้ดังนี้ 1. จะมีการแบ่งมอบพื้นที่ให้หน่วยต่างๆ รับผิดชอบในการเฝ้าระวังและตรวจตรา โดยเฉพาะ บริเวณที่มีแหล่งหญ้าทะเล ซึ่งเป็นแหล่งที่พักอาศัยของพะยูน 2. ทรภ.3 จะให้การสนับสนุนในการดูแลพะยูนน้อย “มาเรียม” และ “ยามีล” ตามที่ได้รับการร้องขอ และตามศักยภาพที่มีอยู่ 3. จะมีการวางทุ่นแจ้งเตือนให้ทราบตำบลที่แหล่งอาหาร (หญ้าทะเล) และที่อยู่อาศัยของพะยูน เพื่อป้องกันเรือประมงพื้นบ้านไม่ให้ล้ำเข้าไปในพื้นที่ 4. จะมีการประกาศแจ้งเตือนเกี่ยวกับเครื่องมือทำการประมงที่ผิดกฎหมายและที่เป็นอันตรายต่อสัตว์ทะเลหายาก ไม่เฉพาะแต่พะยูน แต่รวมถึง เต่าทะเล ปลาโลมา และสัตว์ทะเลหายากอื่นๆ ด้วย 5. แต่ละหน่วยงานจะช่วยกันประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชน รวมทั้งเสริมสร้างและปลูกจิตสำนึกตามแนวชายฝั่งทะเล โดยให้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา และตระหนักถึงความสำคัญในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากอย่างยั่งยืนต่อไป 6. ให้มีการบูรณาการด้านการข่าว เกี่ยวกับกิจกรรมการล่าสัตว์ทะเลหายาก หรือที่เป็นภัยคุกคามอื่นๆ แล้วรายงานให้หน่วยงานที่รับผิดชอบพิจารณาดำเนินการต่อไป 7. ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และมีการลงโทษผู้กระทำความผิดอย่างรุนแรง เพื่อยับยั้งพฤติกรรมลอกเลียนแบบ 8. ให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องสำรวจ ตรวจสอบ และป้องกันไม่ให้มีการปล่อยน้ำเสียออกมาจากโรงงานบริเวณใกล้แหล่งที่พักอาศัยของสัตว์ทะเลหายาก นายอดุลย์ ชนะบัณฑิต กล่าวอีกว่า หลังได้ยื่นเรื่องทางจังหวัดยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือในการร่วมกันอนุรักษ์พะยูน โอกาสนี้ก็อยากให้หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ช่วยหนุนเสริมกิจกรรมของชุมชนในการอนุรักษ์ ในส่วนของชาวบ้าน ชุมชน ก็อยากให้มีการตระหนักเพิ่ม โดยเฉพาะเครื่องมือประมง ควรเป็นเครื่องมือที่ไม่ส่งผลกระทบต่อการพะยูน อีกด้านหนึ่งของนักท่องเที่ยวก็อยากให้รักษากติกาของชุมชน โดยเฉพาะพื้นที่ซึ่งมีการอนุรักษ์พะยูน หรือ เต่าทะเล โลมา อยากให้ศึกษาความเป็นอยู่ของสัตว์เหล่านั้นก่อนจะลงไปท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อให้พะยูน อยู่คู่กับท้องทะเล เพราะที่ใดมีพะยูน นั่นจะเป็นตัวชี้วัดความสมบูรณ์ของท้องทะเล ทั้งนี้สิ่งที่ชาวบ้าน ชุมชน กังวลคือเรื่องของอาหารพะยูน ซึ่งคือ หญ้าทะเล เมื่อพะยูนเพิ่มหญ้าทะเลจึงเป็นที่ต้องการ แต่มีปริมาณไม่เพียงพอ