ผู้ปกครองเด็กนักเรียนถูกครูอมเงินเข้าแจ้งเพิ่ม ด้านตำรวจเร่งครูคืนเงิน ขณะสหกรณ์ออมทรัพย์เผยโครงการออมทรัพย์ ออมความดี ในพังงามีกว่า 60 แห่ง
จากกรณี ผู้ปกครองนักเรียนชั้นอนุบาล 1-2 ของโรงเรียนอนุบาลช้าง สังกัดเทศบาลเมืองพังงา จำนวนกว่า 50 คน เข้าแจ้งความดำเนินคดี ต่อ พ.ต.ท.สมคิด ขาวสังข์ รองผกก.สอบสวน สภ.เมืองพังงา เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษแก่ โรงเรียนอนุบาลช้าง และ นางนวพรรษ วังสุวรรณ ครูเจ้าของโครงการ ออมทรัพย์ ออมความดี หลังพบมีพฤติกรรมยักยอกเงินฝากของเด็กนักเรียนชั้นอนุบาล รวมมูลค่ากว่า 1 ล้านบาท จนผู้บริหารเทศบาลเมืองพังงาได้ตั้งกรรมการสอบสวนหาผู้กระทำความผิด และได้มีการตกลงว่าจะมีการคืนเงินทั้งหมดให้กับผู้ปกครองในวันที่ 30 มิถุนายน ที่ผ่านมา แต่มีการคืนเงินให้กับผู้ปกครองเพียงบางส่วนเท่านั้นยังเหลือผู้ปกครองที่ไม่ได้รับการคืนเงินอีกกว่า 100 คน ยอดเงินกว่า 1.1 ล้านบาท
ล่าสุด ทาง พ.ต.อ.สมปอง บุญรักษ์ ผกก.สภ.เมืองพังงา ได้เรียกประชุมพนักงานสอบสวน พร้อมมอบหมายให้ พ.ต.ท.สมคิด ขาวสังข์ รองผกก.สอบสวน ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย โดยพบว่าถึงปัจจุบันยังมีผู้ปกครองของเด็กนักเรียนได้ทยอยเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม เบื้องต้น ในช่วงวันที่ 8 ก.ค.62 มีผู้ปกครองเด็กเข้าแจ้งความจำนวน 49 ราย วันนี้ ( 9 ก.ค.62 ) มีเข้าแจ้งความเพิ่มเติมอีก 3 ราย ทำให้มีผู้ปกครองเด็กนักเรียนในคดีนี้จำนวน 52 ราย โดยผู้ปกครองที่เสียหายสามารถเข้าแจ้งความเพิ่มเติมได้ที่ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพังงา ขณะที่ทางตำรวจ ได้เรียก รักษาการผู้อำนวยการโรงเรียน และครูที่เกี่ยวข้องเข้าพูดคุยเพื่อ ทำความเข้าใจกับคดียักยอกทรัพย์ซึ่งเป็นคดีอาญาที่สามารถยอมความได้ จากนี้ทางพนักงานสอบสวนพร้อมดำเนินการสอบปากคำผู้ปกครองก่อน จากนั้นจะดูว่าการกระทำผิดดังกล่าวเข้าข่ายเป็นเรื่องเฉพาะตัวหรือไม่ หากพบมีการนำตำแหน่งหน้าที่เข้ามาเกี่ยวข้องต้องส่งให้ทาง ปปช.หรือ ปปท.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้าน นางยินดี ชาญณรงค์ ผู้จัดการ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพังงา จำกัด กล่าวว่า โครงการออมทรัพย์ ออมความดี เกิดขึ้นในช่วง ปี 57 ขณะนี้มีโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดพังงาเข้าโครงการจำนวน 61 แห่ง จากที่ปฏิบัติตามโครงการมาไม่พบว่ามีโรงเรียนใดผิดปกติ โดยทาง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูพังงา ไม่ได้มีส่วนในการบริหารโครงการเป็นอำนาจเอกสิทธิ์ของทางโรงเรียนแต่ละแห่ง ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูพังงา เพียงรับเงินเข้าระบบและเก็บรักษาให้โดยจ่ายดอกเบี้ยปีละ 3 เปอร์เซ็นต์ของเงินฝาก ส่วนดอกเบี้ยก็อยู่ที่ทางโรงเรียนนำไปบริหารกันเอง หลังจากนี้ทางสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ภายในทำความเข้าใจในเรื่องของการเบิกถอนให้เข้มงวดโดยตรวจสอบการเบิกถอนให้ทางผู้บริหารโรงเรียนที่ได้รับมอบหมายเป็นสำคัญเพิ่มขึ้น