โคราชปรับแผนรับ 17 ผีน้อย ล้มแผนนำไปศูนย์กักกัน จัดหนักคัดกรองเข้ม ไม่พบไข้
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่ห้องประชุมนางสาวบุญเหลือ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา นายวิเชียร จันทรโณทัย ผวจ.นครราชสีมา เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา ครั้งที่ 2/2563 โดยมีนายแพทย์นรินทร์รัชต์ พิชญคามินทร์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครราชสีมา น.พ ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผอ.โรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมาและผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 20 องค์กร ร่วมประชุมระเบียบวาระสถานการณ์โรค โควิด-19 ในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา การชี้แจงมาตรการและแนวทางการเฝ้าระวังป้องกันควบคุม การเตรียมความพร้อมการเปิดศูนย์กักกันรองรับผู้ที่เดินทางมาจากประเทศเกาหลีใต้และประเทศกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นการบริหารจัดการที่พัก สิ่งอำนวยความสะดวก แนวทางการปฏิบัติของบุคลากร การจัดสำรองที่พักเพิ่มเติมและการสรรงบประมาณ
นพ.นริทร์รัชต์ ฯ สสจ.นครราชสีมา กล่าวชี้แจงข้อมูลทางระบาดวิทยา สถานการณ์การเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 จนถึงขณะนี้มีจำนวนผู้เข้าข่ายสงสัยทั้งเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยงและเคยสัมผัสกับบุคคลเป้าหมายรวมทั้งสิ้น 121 ราย ไม่พบการติดเชื้อ 115 ราย และรอผลตรวจ 6 ราย ส่วนข้อมูลจากตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนครราชสีมา มีผู้เดินทางกลับจากประเทศเกาหลีใต้ ก่อนวันที่ 7 มีค. และผ่านการตรวจคัดกรองจากสนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งไม่พบอาการป่วยแต่อย่างใด จึงได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ซึ่งกระจายอยู่ทุกอำเภอรวม 110 ราย สสจ.นครราชสีมา ได้จัดระบบติดตามกลุ่มเสี่ยงในชุมชน กำหนดแนวทางปฏิบัติดังนี้ อาสาสมัครสาธารณสุขหมู่บ้าน (อสม.) ร่วมกับผู้นำชุมชนเดินเคาะประตูบ้านต้านโควิด-19 โดยคัดกรอง ตรวจวัดอุณหภูมิร่างกายทุกวันพร้อมให้คำแนะนำ ขอความร่วมมือให้กักตัวอยู่ที่บ้านพักโดยละเว้นการคลุกคลีกับผู้อื่นและแยกเครื่องใช้ส่วนตัวเป็นเวลา 14 วัน หากมีอาการไข้ให้รีบนำส่งโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและแจ้งให้ผู้เกี่ยวข้องทันที
นายวิเชียร ฯ ผวจ.นครราชสีมา เปิดเผยว่า จ.นครราชสีมา ได้รองรับผีน้อยเดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงวันที่ 9 มีค. จำนวน 2 ราย วันที่ 10 มีค. 3 ราย และกลุ่มที่ถูกคัดกรองเบื้องต้นที่ จ.บุรีรัมย์ กำลังเดินทางกลับมาอีก 12 ราย รวมทั้งสิ้น 17 ราย ซึ่งต้องผ่านการตรวจคัดกรองตามกระบวนการแพทย์อย่างเข้มข้น หากไม่พบอาการป่วยหรือผลตรวจไม่พบเชื้อโควิด-19 จะอนุญาตในเข้าสู่มาตรการเฝ้าระวังควบคุมโรคอยู่ที่บ้านหรือโฮมโคลาทีน ตามเกณฑ์ที่กำหนดรวม 14 วัน โดยมีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย โดยลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ให้คำแนะนำและติดตามประเมินพฤติกรรมอย่างใกล้ชิดรวมทั้งเตรียมมาตรการทางสังคมหากไม่ได้รับความร่วมมือ
ส่วนศูนย์กักกันเฝ้าระวังโรคระดับจังหวัด เดิมกำหนดที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุและประชาชน อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา มีปัญหาอุปสรรคยังไม่สามารถจัดตั้งได้อย่างเต็มรูปแบบ เนื่องจากหลายฝ่ายวิตกกังวลเกรงการนำบุคคลที่เดินทางกลับจากต่างประเทศ มาอยู่รวมตัวกันอาจมีความเสี่ยงแพร่ระบาดของเชื้อโรค ดังนั้นการใช้วิธีกักตัวภายในบ้านของตนเองถือเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
อย่างไรก็ตามต้องรอการอนุมัติจากกระทรวงสาธารณสุขและกรมควบคุมโรคให้ผู้ที่ผ่านการคัดกรองจากสนามบิน จะสามารถเข้ากักกันตัวเองเพื่อเฝ้าระวังโรคอยู่ที่บ้าน หรือโฮมโคลาทีนอีกครั้ง หากไม่อนุมัติ กลุ่มเสี่ยงทั้งหมดต้องนำไปกักกันโรคชั่วคราวที่ศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิต ฯ อ.วังน้ำเขียว
ขอชี้แจงทำความเข้าใจพี่น้องประชาชนที่เดินทางกลับมาจากประเทศกลุ่มเสี่ยงหรือผีน้อย กรณีการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังโรคตามมาตรการที่กำหนด เพื่อประโยชน์ของตัวเองให้มีความปลอดภัยจากโรคโควิด -19 รวมทั้งเป็นการสร้างความปลอดภัยในสังคมส่วนรวม โดยไม่แพร่เชื้อโรค จากการประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ถือว่าประสบความสำเร็จในการยับยั้งและป้องกันการแพร่ระบาดได้ดี ไม่ให้สถานการณ์โรคโควิด -19 ในพื้นที่เข้าสู่สถานการณ์ระดับที่ 3 ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกันอย่างจริงจัง เพื่อให้โคราชก้าวผ่านปัญหานี้ได้โดยเร็ว ผวจ.นครราชสีม
นครราชสีมา/เกษม ชนาธินาถ