บุรีรัมย์มอบเงินประกันรายได้เกษตรกรปลูกข้าว 20,147 ราย เงินกว่า 239 ล้านบาท
บุรีรัมย์ คิกออฟ มอบเงินประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 20,147 ราย วงเงินกว่า 239 ล้านบาท
วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 เวลา 09.30 น. ณ นายธัชกร หัตถาธยากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ให้เกียรติเป็นประธานใน พิธีมอบเงินชดเชยส่วนต่างราคาข้าว ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ปี 2563/2564 โดยมี พาณิชย์จังหวัดบุรีรัมย์ ผู้อำนวยการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร จังหวัดบุรีรัมย์ และคณะอนุกรรมการติดตามกำกับดูแลบริหารจัดการข้าวระดับจังหวัด จังหวัดบุรีรัมย์ หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เกษตรกร ร่วมเป็นสักขีพยาน ในการมอบเงินโครงการ ณ บริเวณด้านหน้า ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาบุรีรัมย์
นายรณภัทร สนแจ้ง ผู้อำนวยการสำนักงาน ธ.ก.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดเผยว่า จากข้อมูลมีเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเพื่อเตรียมรับส่วนต่าง ตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำนวน 168,847 ครัวเรือน และในวันนี้ ธ.ก.ส. ได้เริ่มจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคาประกันรายได้กับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวนาปี การผลิต 2563/64 งวดที่ 1 ตามประกาศราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง งวดที่ 1 คณะอนุกรรมการกำหนดราคากลางอ้างอิงข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 12,088.83 บาท ทำให้เกษตรกรได้รับส่วนต่าง ตันละ 2,911.17 บาท โดยมีเกษตรกรจังหวัดบุรีรัมย์ มีสิทธิ์ ที่จะได้รับส่วนต่างตามโครงการ งวดที่ 1 จำนวน 20,147 ราย จำนวนเงินทั้งสิ้น 239,356,432.94 บาท
ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า รัฐบาลมีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรของรัฐบาล ที่มุ่งหวังยกระดับรายได้เกษตรกร ให้มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี โดยกำหนดราคาเป้าหมาย ข้าวเปลือกหอมมะลิที่ตันละ 15,000 บาท หากราคาตามท้องตลาดต่ำกว่า ก็จะจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับพี่น้องเกษตรกรให้มีรายได้จากการขายข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 15,000 บาท อย่างไรก็ตาม ขอให้เกษตรกรที่กำลังเก็บเกี่ยวผลผลิตในขณะนี้ ชะลอการนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวใหม่และมีความชื้นสูง ออกสู่ท้องตลาด เพราะจะได้ราคาที่ต่ำ และเมื่อมีผลผลิตออกสู่ท้องตลาดมาก ราคาข้าวก็จะถูกลง จึงอยาก ให้เกษตรกรตากข้าวให้แห้ง หรือเก็บไว้ในยุ้งฉางไว้ก่อน
สำหรับหลักเกณฑ์การจ่ายเงินประกันรายได้ เกษตรกรจะต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต 2563/64 รอบที่ 1 กับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และต้องแจ้งวันที่คาดว่าจะเก็บเกี่ยว เพื่อใช้เป็นข้อมูลช่วงเวลาที่เกษตรกรจะได้รับสิทธิชดเชย โดยกรมส่งเสริมการเกษตรจัดส่งข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว จำแนกตามช่วงเวลาที่เก็บเกี่ยวและคำนวณปริมาณผลผลิต โดยใช้พื้นที่ทั้งหมดที่ขึ้นทะเบียนปลูกข้าวแต่ละชนิดคูณผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่เป็นปริมาณผลผลิตที่ต้องชดเชย แต่ต้องไม่เกินปริมาณที่กำหนดไว้ข้างต้น ส่งให้ ธ.ก.ส. เพื่อเป็นข้อมูลในการจ่ายเงิน จากนั้น ธ.ก.ส. จะดำเนินการจ่ายเงินเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ได้รับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงในแต่ละรอบจากคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งเกษตรกรสามารถตรวจสอบผลการโอนเงินได้ทางแอปพลิเคชัน ธ.ก.ส. A-Mobile ตลอด 24 ชั่วโมง