วงจรปิดจับหน้าชัด คนร้ายควงมีดบุกเดี่ยวชิงทอง 29 บาท ย่านคูคต

ภูมิภาค30 พ.ย. 2565 • 17:44 น.
วงจรปิดจับหน้าชัด คนร้ายควงมีดบุกเดี่ยวชิงทอง 29 บาท ย่านคูคต

เมื่อเวลา 11.55 น.วันที่ 30 พฤศจิกายน 2565  ร.ต.ท.หญิงชนิกานต์  เสถียรไชยกิจ รองสารวัตรสอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีเหตุชิงทอง ที่เกิดเหตุเป็นร้านทอง ตั้งอยู่ถนนไสวประชาราษฏร์คลองสี่ ต.ลาดสวาย อ.ลำลูกก จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงรุดไปที่เกิดเหตุพร้อมด้วย อพ.ต.อ.มนัสเวท  ทองอิ่ม ผกก.สภ.คูคต พ.ต.ท.จิรพัฒน์   ศรีเดช รองผกก.ป.สภ.คูคต  กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนกก.สส.ภ.จว.ปทุมธานี ชุดสืบสวนสภ.คูคต  และ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน
 
ในที่เกิดเหตุเป็นร้านทองปลูกสร้าง 1 คูหา อยุ่ริมถนนสไวประชาราษฏร์ ที่เกิดเหตุพบพนักงานหญิง 2 คน อยู่ในอาการตื่นตกใจ หลังถูกคนร้ายเป็นชาย1คน อายุประมาณ 35-40 ปี ใช้อาวุธมีดปลายแหลมก่อเหตุชิงทรัพย์สร้อยคอทองคำน้ำหนักน้ำหนัก 1 บาท จำนวน 29 เส้นแล้วหลบหนีไป 
 
พ.ต.อ.มนัสเวท  ทองอิ่ม ผกก.สภ.คูคต เปิดเผยว่า จากการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่าขณะเกิดเหตุมีพนักงานหญิงอยู่ในร้ายจำนวน 2 คนเวลา11.56 น. มีคนร้ายชาย1คน ใช้จยย.ยี่ห้อฮอนด้ารุ่นเวฟสีขาวไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน คนร้ายสวมเสื้อกร้าม สีขาว สวมหน้ากากอนามัยสีขาว สวมแว่นสายตา  ใส่กางเกงขายาวสีดำ ใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาวประมาณ 15 เซนติเมตร เข้ามาข่มขู่พนักงานหญิงก่อนจะเข้าทางประตูเข้าออกเคาน์เตอร์แล้วเข้าไปคว้าสร้อยคอทองคำใส่มือ แล้วใช้มืออีกข้าวหนึ่งแกว่งมีดไปมา ก่อนจะพยายามจะออกจากประตูนิรภัยแต่พนักงานได้กดปิดไว้ คนร้ายจึงใช้อาวุธมีดข่มขู่พนักงานเพื่อให้เปิดประตู แล้วขึ้นจยย.แล้วชับหลบหนีไปมุ่งหน้าถนนลำลูกกา โดยคนร้ายนได้ทองคำรูปพรรณจำนวน 29 เส้นเส้นละ1บาท รวมค่าความเสียหายกว่า 870,000 บาท แล้วหลบหนีไป
 
ทางด้าน นายธีรภัทร ขอสงวนนามสกุล อายุ 27 ปี พยานที่เห็นเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ขณะเกิดเหตุตนเองนั่งเล่นเกมส์อยู่ใกล้เคียงที่เกิดเหตุ โดยได้ยินเสียงประตูนิภัยดังผิดปกติจึงออกมาดูก็พบว่า คนร้ายได้ก่อเหตุชิงทรัพย์โดยมีอาวุธมีด จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพรูปพรรณคนร้ายไวได้บางส่วน 
 
ทางด้าน พ.ต.อ.มนัสเวท ทองอิ่ม ผกก.สภ.คูคต เปิดเผยว่า ทราบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเพิ่งมาตรวจสอบร้านทองลงลายมือชื่อออกไปประมาณ5นาทีก่อนที่คนร้ายจะก่อเหตุ หลังเกิดเหตุได้ให้เจ้หาน้าที่ชุดสืบสวน ชุดงานป้องกันปราบปรามออกไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเน้นทางที่คาดว่าคนร้ายขับผ่าน และใช้เทคนิคของตำรวจพร้อมให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานตรวจพยานหลักฐานเพื่อใช้เป็นหลักฐานใมนการดำเนินคดีทางกฏหมายต่อไป