พี่สาวคาใจน้องเลือดออกในสมองเสียชีวิตเชื่อผลกระทบจากผญบ.เมาแล้วขับรถชน  

ภูมิภาค24 มิ.ย. 2566 • 20:27 น.โดย ขวัญชัย หาญประโคน
พี่สาวคาใจน้องเลือดออกในสมองเสียชีวิตเชื่อผลกระทบจากผญบ.เมาแล้วขับรถชน  

จากกรณีที่นางสำรวย อายุ 48 ปีเสียชีวิต เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา  หลังจากนอนรักษาตัวที่ รพ.บุรีรัมย์ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย.  โดยแพทย์ลงความเห็นสาเหตุการเสียชีวิตเกิดจาก “เลือดออกในสมอง”  ด้วยผลพวงที่ผู้ใหญ่บ้านขับรถกระบะชนน้องชาย ช่วงประมาณ 5 โมงเย็น วันที่ 10 พ.ค.66 ขณะน้องชายไปนั่งเล่นอยู่ริมถนนใกล้สี่แยกในหมู่บ้านจนน้องหมดสติไปพักนึง  คาดว่าน่าจะกระทบกระเทือนทางสมองแต่ช่วงแรกอาจจะไม่แสดงอาการ กระทั่งวันที่ 12 มิ.ย. น้องชายเกิดอาเจียน และชักเกร็งจนถูกหามส่ง รพ.บุรีรัมย์  ก็นอนรักษาที่ รพ.ตั้งแต่วันที่ 12 มิ.ย. ร่างกายก็ไม่ตอบสนองจนกระทั่งเสียชีวิต

ล่าสุด วันที่ 24 มิ.ย.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า นางสอิ้ง  อายุ 64 ปี  ชาวบ้านโคกเจริญ  ต.บ้านยาง  อ.เมือง จ.บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นพี่สาวคนโตได้ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม โดยบอกว่า ตั้งแต่วันเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านก็ไม่เคยมาถามไถ่หรือรับผิดชอบอะไรเลย  แม้กระทั่งน้องชายเสียชีวิตก็ยังไม่มาร่วมงานศพเลย จนวันพรุ่งนี้จะฌาปนกิจศพอยู่แล้ว ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ใจดำมาก   ก็อยากให้ผู้ใหญ่บ้านมาขอขมาศพและแสดงความรับผิดชอบช่วยงานศพบ้าง ก็ยอมรับว่าน้องชายเป็นคนชอบดื่มเหล้าแต่ร่างกายยังแข็งแรงและไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร  จึงเชื่อว่าสาเหตุที่น้องเสียชีวิตเป็นผลพวงจากที่โดนผู้ใหญ่บ้านขับรถชน จึงอยากวอนให้ผู้ใหญ่บ้านรับผิดชอบ แต่หากผู้ใหญ่บ้านยังเฉยตนและครอบครัวก็จะเดินเรื่องเรียกร้องขอความเป็นธรรมตามกระบวนการต่อไป

ด้านนายเหิน พี่ชายคนที่ 4 เล่าว่า  วันเกิดเหตุตนอยู่ในบ้านแต่ได้ยินเสียงดังตู้ม ตอนแรกคิดว่ารถชนหมา  จึงออกมาดูคนที่เห็นเขาก็บอกว่าไม่ได้ชนหมาชนน้องชายแกแหละจึงรีบไปดูก็เห็นน้องชายนอนสลบอยู่ซึ่งตอนนั้นก็เห็นผู้ใหญ่บ้านลงจากรถมายืนดู   แต่ไม่เห็นถามหรือช่วยอะไรเลยจากนั้นก็ขับรถกระบะออกไปเลย ซึ่งตอนนั้นท่าทางผู้ใหญ่บ้านเดินเซเหมือนคนเมามาก  และหลังจากเกิดเหตุผู้ใหญ่ก็ไม่เคยมาเยี่ยมหรือรับผิดชอบอะไรเลย

ขณะที่นายวีระ คนในหมู่บ้านที่เห็นเหตุการณ์ ก็ยืนยันว่า  ผู้ใหญ่บ้านขับรถชนนายสำรวย จริง  เพราะตนก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย  ตอนที่ชนก็หมดสติไปพักนึงก่อนจะรู้สึกตัวตนก็ไปประคองตัวขึ้น  แต่ก็ไม่เห็นมีบาดแผลอะไร  แต่จะช้ำในหรือไม่อันนี้ตนก็ไม่รู้ และอุบัติเหตุครั้งนั้นจะเป็นเหตุให้นายสำรวย เสียชีวิตได้หรือไม่ตนก็ตอบไม่ได้  ต้องขึ้นอยู่กับผลชันสูตร เพราะเหตุการณ์ก็ผ่านไปกว่า 1 เดือนแล้ว

โดยผู้สื่อข่าวได้ไปสอบถามนายถาวร ผญบ.ที่ถูกกล่าวหาว่าขับรถชนนายสำรวย  ก็เล่าว่า  วันเกิดเหตุตนขับรถยนต์มาจากบ้านตะโกจะไปบ้านลุงซึ่งบริเวณสี่แยกที่ตนจะเลี้ยว ก็เห็นนายสำรวย  ยืนอยู่กับเพื่อนคาดว่าน่าจะดื่มเหล้ากัน ยืนยันว่าไม่ได้ขับรถชนนายสำรวย คาดว่าจังหวะที่ตนเองเลี้ยวเข้าซอยนายสำรวย น่าจะเมาแล้วเซลมไปเองมากกว่า เพราะปกติก็ดื่มเหล้าเมาและล้มเป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งตนก็แปลกใจว่าทำไมผ่านมาเกือบ 2 เดือนแล้วเพิ่งจะมาเอาเรื่องหาว่าตนขับรถชน ทำไมไม่เอาเรื่องตั้งแต่แรก  

ส่วนที่หาว่าตนเองเมานั้น ยอมรับว่า ดื่มแต่ไม่ได้เมา  แต่ที่ญาติคาใจและเรียกร้องให้ตนเองรับผิดชอบนั้น ก็ยืนยันว่าไม่ได้ขับรถชน และสาเหตุการเสียชีวิตก็ไม่แน่ชัดว่าเพราะอะไร  แล้วจะให้ตนไปรับผิดชอบได้ยังไง ส่วนที่ญาติว่าทำไมไม่ไปงานศพเพราะยายที่อยู่ข้างบ้านก็เสียชีวิตตนก็ไปช่วยงานเขาตลอด  แต่งานศพนายสำรวย ก็จะไปในฐานะลูกบ้านที่เสียชีวิตอยู่แล้ว