ฉะเชิงเทรา จัดพิธีถวายราชสักการะ ในหลวง ร.9 "พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย”
วันนี้ (2 มี.ค. 62) เวลา 09.00 นที่ศาลาจัตุรมุขหน้าศาลากลางจังหวัดฉะเชิงเทรา นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีถวายราชสักการะพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร"พระบิดาแหมาตรฐานการช่างไทย ” พร้อมด้วยนายอิทธิพล อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานฉะเชิงเทรา ทหาร ตำรวจคณะกรรมการและสมาชิกเหล่ากาชาดจังหวัดฉะเชิงเทราและผู้แทนจากหน่วยงานต่างๆ ในจังหวัดฉะเชิงเทรา จำนวนกว่า500คนเข้าร่วมประกอบพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะ
โอกาสนี้ประธานในพิธีวางพานพุ่มถวายราชสักการะพระบรมฉายาลักษณ์และอ่านถวายราชสดุดี เทิดพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตรในฐานะทรงเป็น"พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย ” จากนั้นผู้เข้าร่วมพิธียืนสงบนิ่งและร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีเพื่อเทิดพระเกียรติและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่มีต่อปวงชนชาวไทย และทรงมีพระปรีชาสามารถด้านการช่างรวมทั้งทรงให้ความสำคัญในการพัฒนาฝีมือแรงงานของช่างไทยให้มีความเป็นมาตรฐาน จากนั้นมีพิธีมอบป้ายศูนย์ทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติมอบหนังสือรับรองมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ สาขาช่างไฟฟ้าในอาคารและมอบหนังสือรับรองความรู้ความสามารถสาขาช่างไฟฟ้าในอาคารนอกจากนี้ภายในงานมีการจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร
ผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีสายพระเนตรอันยาวไกลถึงความสำคัญของช่างฝีมือต่อการพัฒนาประเทศดังพระราชดำรัสในพิธีเปิดงานแนะแนวอาชีพและแข่งขันฝีมือช่างแห่งชาติ ณ ลุมพินีสถาน เมื่อวันที่ 2มีนาคม2513ความตอนหนึ่งว่า “ช่างทุกประเภทเป็นกลไกสำคัญอย่างยิ่งในชีวิตของบ้านเมืองและของทุกคนเพราะตลอดชีวิตของเราเราต้องอาศัยและใช้บริการหรือสิ่งต่างๆ ที่มาจากฝีมือของช่างอยู่ทุกวี่ทุกวันผู้เป็นช่างจึงสมควรได้รับความเอาใจใส่สนับสนุนจากทุกๆ ฝ่าย ยิ่งในสมัยปัจจุบัน วิทยาการทุกอย่างเจริญก้าวหน้ายิ่งจำเป็นต้องส่งเสริมมากเป็นพิเศษเพื่อให้ได้ช่างที่มีความสามารถสูงให้มีสิ่งใช้สอยที่มีคุณภาพดีและเพียงพอกับความต้องการ ในการส่งเสริมนั้น มีปัญหาอันควรจะได้พิจารณาช่วยเหลืออยู่สามประการ ประการแรก ได้แก่ปัญหาเรื่องการให้ความรู้ทางหลักวิทยาการและความรู้ทางการออกแบบ
ประการที่สอง ได้แก่ปัญหาเรื่องฝีมือซึ่งต้องปรับปรุงให้มีความประณีต และประสิทธิภาพได้มาตรฐานจริงๆ ประการที่สาม ได้แก่ปัญหาเรื่องการจัดหางานและหาตลาดเพื่อช่วยให้ช่างได้มีงานทำมีตลาดที่จะส่งสินค้าที่ผลิตได้ไปจำหน่ายการช่วยเหลือ ทั้งสามประการนี้จะต้องกระทำให้สอดคล้องกันไปเพื่อให้ช่างมีรายได้และผลกำไรสำหรับนำมาเป็นทุนรอนสร้างฐานะและความก้าวหน้า ข้าพเจ้าใคร่ขอฝากความคิดทั้งนี้ไว้เป็นแนวปฏิบัติของท่านทั้งหลายต่อไป”
จากกระแสพระราชดำรัสแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับการทำงานที่มีความเป็นมาตรฐานการพัฒนามาตรฐานฝีมือแรงงานให้ก้าวทันกับวิทยาการและการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับประชาชน แม้เวลาจะผ่านมาถึง 49 ปีแล้ว แต่พระราชดำรัสที่พระราชทานให้ยังคงทันสมัยอยู่เสมอ และนับวันจะทวีความสำคัญมากยิ่งขึ้นซึ่งกระทรวงแรงงานได้น้อมนำมาปฏิบัติในการพัฒนากำลังแรงงานให้มีฝีมือพัฒนาสู่มาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติสร้างมูลค่าเพิ่มทั้งด้านการผลิตสินค้าและบริการเพื่อเพิ่มขีดความสามารถขอประเทศสร้างการยอมรับในประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนและประชาคมโลก และเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2552 คณะรัฐมนตรีมีมติถวายพระราชสมัญญาแด่พระองค์ท่านให้เป็น “พระบิดาแห่งมาตรฐานการช่างไทย” พร้อมกับกำหนดให้วันที่ 2มีนาคมของทุกปีเป็นวันมาตรฐานฝีมือแรงงานแห่งชาติ