จับ 2 ชาวเชียงราย เจ้าของบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้นเหตุพ่อเครียดฆ่ายกครัว 3 ศพ

ภูมิภาค6 พ.ย. 2566 • 06:16 น.โดย อังคณา จิระดา
จับ 2 ชาวเชียงราย เจ้าของบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ต้นเหตุพ่อเครียดฆ่ายกครัว 3 ศพ

วันที่ 6 พ.ค.66 พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ พ.ต.อ.แมน เม่นแย้ม รอง ผบก.ปปป. รอง หน.ชป.3 ศปอส.ตร. พ.ต.อ.รัชภูมิ กุสุมาลย์ ผกก.4 บก.ปคม. พ.ต.ท.กรกฤช งามวงค์วาน รอง ผกก.4 บก.ปคม. ขยายผล จากที่มีเหตุ พ่อเครียดฆ่ายกครัว 3 ศพ ที่จังหวัดสมุทรปราการ ช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2566 และพบว่า หนึ่งในสาเหตุมาจาก หนี้สิน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกเป็นแอปเงินกู้ และสูญเงินไปกว่า 1.7 ล้านบาท ซึ่งภรรยาผู้ก่อเหตุไปกู้เงินเพื่อน และกู้เงินผ่านแอปลิเคชั่น เป็นลักษณะของแก๊งคอลเซนเตอร์ โดยเริ่มจากติดต่อขอกู้เงินเพียง 100,000 บาท แต่ถูกบอกให้โอนเงินไปบัญชีปลายทางเป็นบัญชีม้า 2 แถว ทั้งหมด 8 บัญชี เบื้องต้นพบว่า มีบัญชีที่มีการโอนเงินไปเป็นชาวจังหวัดเชียงราย จึงได้ขอหมายจับจากศาลสมุทรปราการ

จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 3 ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร.) ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง และเจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวน สภ.บางแก้ว สมุทรปราการ นำหมายจับ ศาล จ.สมุทรปราการ ที่ 481/2566 และ 763/2566 ลง 25 กย.2566 ทำการจับกุม ตัว นายนิคม อายุ 40 ปี และ น.ส.เสาวนีย์  อายุ 27 ปี ชาว อ.เวียงชัย โดยการจับกุมตัว นายนิคม ได้ที่ถนนหัวดอย-เวียงชัย  อ.เวียงชัย และจับกุมตัว น.ส.เสาวนีย์ ได้ที่ อ.เทิง จ.เชียงราย ซึ่งผู้ถูกจับทั้งสองรายให้การว่ารับสารภาพว่า เป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริงและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับนี้มาก่อน

ในเบื้องต้นผู้ต้องหาตามหมายจับแจ้งว่า บัตรเอทีเอ็ม พร้อมรหัส และสมุดบัญชีธนาคาร ของทั้งสองคนที่เปิดไว้กับธนาคารกสิกรไทย ได้หายไปประมาณปีกว่า เหมือนกัน และไม่ได้แจ้งความหายไว้ จึงสงสัยว่าอาจมีกลุ่มคนร้ายนำไปใช้ในการทำความผิดหรือใช้เป็นขบวนการหลอกลวงแอปเงินกู้ดังกล่าว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมได้ทำการควบคุมตัว บุคคลทั้ง 2 ส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางแก้ว ดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

รายงานข่าวแจ้งว่า จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สมุทรปราการ ได้ขออนุมัติศาลออกหมายจับไปจำนวน 14 ราย ที่เป็นเครือ ข่ายปล่อยเงินกู้ทางแอปพลิเคชั่น ชื่อ “กู้ให้ดีดี”  และมีการติดตามจับกุมมาได้แล้วบางส่วน สำหรับ นายนิคม และ นส.เสวนีย์ ผู้ต้องหาทั้งสองรายที่ถูกจับครั้งนี้นั้นถือว่าเป็น เจ้าของบัญชีกลุ่มที่ 1 จากการแบ่งแยกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มโอนเงินให้ผู้กู้ (ธนาคารขาเข้า) เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่