"ฟาร์มสุขใจ" ร่วมกับ สมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชา ดูการผลิตยาตามตำรับยาแพทย์แผนไทย และสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรค
"ฟาร์มสุขใจ" ร่วมกับ สมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชา ดูการผลิตยาตามตำรับยาแพทย์แผนไทย และสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรค เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จ.พิษณุโลก
วันนี้ (8 สิงหาคม 2562) ณ อาคารผลิตยาแผนไทย วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก อาจารย์พิพัฒน์ แก้วอุดม หัวหน้าภาควิชาแพทย์แผน และ อาจารย์นาวิน เหมือนมี หัวหน้าสถาบันแพทย์แผนไทย ให้การต้อนรับ พล.อ.ต.มนูธรรม เนาว์นาน ที่ปรึกษา บริษัท ฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (มหาชน) น.ส.นงนุช บัวใหญ่ CEO บริษัท ฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (มหาชน) นายดิชฐ์พิเชษ สุวรรณโพธิ์ ประธานเครือข่ายฟาร์มสุขใจ วิสาหกิจเพื่อสังคม ดร.องอาจ วิเศษ ประธานเครือข่ายวิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย ผศ.ดร.อานนท์ แสนน่าน ประธานสมาพันธ์วิจัยและพัฒนากัญชาเพื่อประโยชน์แพทย์ไทย พท.กฤตนัน พันธุ์อุดม กรรมการสภาแพทย์แผนไทย นายเศรษฐภัทร์ นิตยสิทธิวรากุล ประธานเครือข่ายเมืองสมุนไพรนาคราช และ นางธนภัทร พันธวาส ประธานเครือข่ายกลุ่มวิสาหกิจชุมชนไทย พร้อมสมาชิกตัวแทนภาคเหนือ เข้าเยี่ยมชมการผลิตยาตามตำรับยาแพทย์แผนไทย และดูการปลูกสมุนไพร ภายในสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรคเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี สมุนไพรไทยที่น่าสนใจ หลากหลายชนิดที่เป็นภูมิปัญญาไทยในการรักษาโรคต่างๆ โดยเฉพาะ 12 กลุ่มโรค
จนชาวบ้านต่างมาเลือกซื้อไปรักษาโรคตามอาการ ผสมผสานกับยาแผนปัจจุบัน และที่นี้มีการคิดค้นและผลิตสมุนไพรไทย นานาชนิดมากมาย เพื่อให้แพทย์แผนไทยนำไปใช้ในการรักษาโรคควบคู่กับยาแพทย์แผนปัจจุบัน ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสวนสมุนไพร เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป ตลอดจนเป็นวัตถุดิบที่นำไปผลิตยารักษาโรค นอกจากนั้นแล้วทางเครือข่ายฯ ก็ต้องการให้สมาชิกปลูกกัญชาควบคู่กันไปกับการปลูกสมุนไพร ตามตำรับยาสมุนไพรกัญชา เพราะถือได้ว่านั้นคือ "เครื่องเคียง" ของตำรับยาที่หายาก
อาจารย์นาวิน เหมือนมี หัวหน้าสถาบันแพทย์แผนไทย วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า ที่สวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรคเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีแห่งนี้มีสมุนไพร จำนวน 316 ชนิด บางชนิดชาวบ้านทั่วไปอาจปลูกไว้ตามบ้านเรือน แต่อาจจะยังไม่ทราบถึงสรรพคุณในการรักษาโรค อาทิเช่น ต้นกระเพรา แก้ท้องอืด ขับผายลม ,ต้นปาริชาต ใบและเปลือก แก้เสมหะ ลมพิษ , ต้นลีลาวดี แก้รักษาโรคบาดทะบาก, อัญชัน บำรุงสายตา ส่วนช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระในร่างกาย เป็นต้น ซึ่งหากใครได้ไปชมและศึกษาสวนสมุนไพร 12 กลุ่มโรคเฉลิมพระเกียรติฯ แห่งนี้จะได้ความรู้มากมายสมุนไพรนานาชนิดทั้งหมดนี้ทางวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จังหวัดพิษณุโลก ได้นำไปผลิตเป็นยาสมุนไพร โดยมีนิสิต นักศึกษา มาคอยเรียนรู้และวิจัยสรรพคุณด้านต่างๆ ควบคู่กันไป โดยเฉพาะต้นปาริชาติ ในสวนสมุนไพร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมาดี ได้เสร็จพระราชดำเนินมาทรงปลูกไว้เมื่อวันที่ 9 ธันวาคม 2559
อาจารย์นาวิน กล่าวอีกว่า ต้นปาริชาติ เป็นต้นไม้ประจำปีเกิดของพระองค์ท่าน เป็นต้นไม้สมุนไพรไทย วิทยาลัยฯก็ได้ต้นปาริชาติมานานแล้ว ในการผลิตยาสมุนไพรเป็นยาแก้ลม แพทย์แผนใช้ใช้ต้นปาริชาติ ต้นมะรุม และต้นกุ่ม ในการนำมาทำยาแก้ลม หรือ ยาหอม การสอนแพทย์แผนไทยและผลิตยาสมุนไพรไทยของวิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธรนั้น จะใช้ตำรับหลวง ซึ่งรัชกาลที่ 5 พิมพ์ไว้ เรียกไว้ว่าแพทย์ศาสตร์สงเคราะห์ ที่พัฒนามาจากตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ การสอน และผลิตยา จะยึดตามตำราแพทย์หลวง ใช้เครื่องบดยา มีพัฒนาให้ทันสมัยขึ้นมาบ้าง นำยาแผนโบรารณ ปรับมาใส่แคปซูล บรรจุกล่อง สำหรับการเรียนการสอนแพทย์แผนไทยที่ได้ผลิตหมอแพทย์แผนไทยออกไป 17 รุ่นแล้ว มีแพทย์แผนไทยกระจายไปอยู่ทั่วประเทศทุกจังหวัดร่วม 2,000 กว่าคน ต่างใช้ยาแพทย์แผนไทยไปตามที่เรียนมา คือยาตำรับหลวง ใช้สมุนไพรในพื้นที่ที่หาได้ ผลิตมารักษาคนไข้ตามแบบแพทย์แผนไทย “การผลิตยาสมุนไพรที่วิทยาลัยการสาธารณสุขสิรินธร จะเน้นการผลิตสมุนไพรของไทย ที่เน้นรูปแบบง่าย ๆ ไม่ใช้สารสกัดอะไร เพราะประเทศชาติเราไม่ต้องพึ่งพิงใครนัก เจตนาของเราต้องการให้คนไทยทำได้เองในชุมชน หากใช้เทคโนโลยีสูงเกินไป ชาวบ้านก็ทำไม่ได้ เราต้องผลิตหมอแบบประเทศจีนสมัยก่อน คือ หมอเท้าเปล่า ให้ความรู้ไป และไปเก็บสมุนไพรในชุมชนได้ เป็นหลักการของเราเลย ผลิตแพทย์แผนที่ที่ใช้ได้กับประเทศเรา.