สสจ.ตรังรณรงค์ลดเสี่ยงโรคทางเดินอาหาร
สสจ.ตรัง ขอให้ประชาชนยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” รู้จักเลือกซื้อ เลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัยเพื่อลดความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร
นายแพทย์บรรเจิด สุขพิพัฒนปานนท์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)ตรัง เปิดเผยว่า ในช่วงหน้าฝน ประชาชนจะมีความเสี่ยงที่จะป่วยเป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินอาหารอย่างโรคอาหารเป็นพิษเพิ่มสูงขึ้นดังนั้น ขั้นตอนในการเตรียมปรุงอาหาร ผู้เตรียมปรุงอาหารต้องล้างมือให้สะอาดก่อนเตรียมปรุงอาหารและต้องสวมผ้ากันเปื้อนและหมวกคลุมผม ล้างทำความสะอาดวัตถุดิบ ทั้งเนื้อสัตว์และผักด้วยน้ำสะอาดก่อนนำมาปรุง
นายแพทย์บรรเจิด เปิดเผยต่อไปว่า หากต้องล้างผักในปริมาณมากๆควรล้างด้วยผงฟูหรือเบกกิ้งโซดาโดยส่วนผสมครึ่งช้อนโต๊ะต่อน้ำ 10 ลิตรแช่ทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด หรือล้างด้วยน้ำส้มสายชู โดยผสม 1 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ทิ้งไว้ 10 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาด เนื้อสัตว์ควรเก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำกว่า 5 องศาเซลเซียสและเก็บผักผลไม้ 7-11 องศาเซลเซียส ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึงด้วยความร้อน อาหารที่ปรุงเสร็จแล้ว ให้เก็บในภาชนะที่สะอาดมีฝาปิด วางบนโต๊ะที่สูง ไม่ตากแดดและไม่วางใกล้กับอาหารดิบ
"การขนส่งอาหารไปยังผู้บริโภค ควรทำด้วยความรวดเร็ว ภาชนะสำหรับใส่อาหารและน้ำดื่มสำหรับผู้บริโภคต้องล้างให้สะอาดและแห้ง น้ำสำหรับใช้ในการประกอบอาหาร ต้องสะอาด ไม่มีสิ่งปนเปื้อน สังเกตหากมีกลิ่นคลอรีน แสดงว่าน้ำได้ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว (มาตรฐานคลอรีนคงเหลือในน้ำ 0.2 และ 0.5 มิลลิกรัมต่อลิตร) ขณะที่การเลือกซื้อน้ำดื่มและน้ำแข็ง ควรเลือกน้ำแข็งสำหรับบริโภค ที่มีข้อความระบุว่า น้ำแข็งใช้รับประทานได้และมีเครื่องหมาย อย.รวมถึงเรียกน้ำดื่มบรรจุขวดที่มีเครื่องหมาย อย. ด้วย" นายแพทย์บรรเจิด กล่าว
นายแพทย์บรรเจิด กล่าวต่อไปว่า สำหรับประชาชนควรยึดหลัก “กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” เก็บรักษาอาหารไว้ในที่เย็น เช่น ตู้เย็น เพื่อชะลอการเติบโตของเชื้อโรค หากเก็บอาหารนานเกิน 4 ชั่วโมงหลังปรุงเสร็จ ต้องอุ่นให้ร้อนจัด เพื่อให้ความร้อนฆ่าเชื้อโรคก่อนรับประทานอาหาร หากต้องเดินทางและสั่งอาหารกล่อง ควรเลือกจากร้านที่สะอาด และกำชับให้ผู้ปรุงอย่าปรุงล่วงหน้านาน เลือกชนิดอาหารที่ไม่บูดเสียง่าย ไม่ควรเป็นอาหารประเภทกะทิ ยำ อาหารสุกๆ ดิบๆ รู้จักเลือกซื้อ เลือกบริโภคอาหารที่ปลอดภัย ส่วนผู้ประกอบการ ควรทำความสะอาดร้านค้าหรือตลาดทุกๆ 2 สัปดาห์ และการกำจัดสิ่งปฏิกูลให้ถูกสุขลักษณะ