จ่อตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ปล่อยละเลยจนเขาค้อเละ

ภูมิภาค1 พ.ย. 2562 • 17:22 น.
จ่อตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ปล่อยละเลยจนเขาค้อเละ
ผอ.สำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ จ่อตั้งกรรมการสอบสวนเจ้าหน้าที่ป่าไม้ปล่อยละเลยจนเขาค้อเละเทะ ด้าน ศปป. 4 กอ.รมน ระบุเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วยงานมีส่วนรู้เห็น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชีวะภาพ ชีวะธรรม ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่ากรมป่าไม้ กล่าวถึงกรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้บุกจับ เดอะคิงคอง เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ข้อหาบุกรุกป่า จนทำให้ผู้ประกอบการ ได้กล่าวพาดพิงถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยส่งผลทำให้มีรีสอร์ท หรือ บ้านพักตากอากาศ ผุดขึ้นเป็นจำนวนมาก จนเขาค้อตกอยู่ในสภาพเละเทะ ล่าสุด นายอรรถพล เจริญชันษา อธิบดีกรมป่าไม้ ได้มีคำสั่งการหากเจ้าหน้าที่ป่าไม้เข้าไปเกี่ยวข้องหรือไปเอื้อประโยชน์ ให้กับผู้กระทำความผิด จะต้องถูกดำเนินการตั้งกรรมการตรวจสอบ รวมทั้งมีการสืบสวนทางลับ ใครที่เข้าไปเกี่ยวข้องหรือปล่อยปละละเลยรู้เห็นเป็นใจเตรียมตัวโดนตรวจสอบทั้งหมด ส่วนพวกที่ไปอนุญาตให้เขาทำไม่ว่าจะเป็นการพูดด้วยวาจาหรือ เป็นลายลักษณ์อักษร​ ที่สำคัญที่เจ้าหน้าที่ในพื้นที่เขาค้อหลายหน่วยงานได้ร่วมกันวางมาตรการ มีทั้งประกาศของทางอำเภอ ไว้แล้วว่าห้ามก่อสร้างหรือมีสิ่งก่อสร้างใดๆขึ้นอีกหากจะก่อสร้างจะต้องมีการขออนุญาตก่อน นอกจากนี้ ยังมีประกาศของทางฝ่ายทหารในสมัยที่มีการบูรณาการปฏิบัติการกันก็มีความชัดเจนรู้กันอยู่แล้วว่าจะไม่มีการก่อสร้างและปลูกสร้างสิ่งใดๆ ส่วนพื้นที่จับกุมไม่ใช่เป็นพื้นที่ที่จะไปแอบก่อสร้างกันก็เห็นค่อนข้างชัดเจนว่าถูกปล่อยปละละเลย ส่วนที่ถูกพาดพิงว่าใครไปมีผลประโยชน์ ตรงนี้ก็ต้องว่ากันไป ด้านพ.อ.พงษ์เพชร เกษสุภะ หน.ชุดปฏิบัติการ ศปป.4 กอ.รมน. กล่าวว่า จากการตรวจยึดจับกุมในครั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ไม่ค่อยให้ความร่วมมือเท่าที่ควรในเรื่องการดำเนินคดี เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่ของรัฐหลายคนหลายฝ่ายไปเกี่ยวข้อง ฯ จึงทำให้ผู้กระทำผิดไม่พอใจกระทั่งพูดกล่าวอ้าง และ ระบายความรู้สึกออกมา ภาพที่เห็นก็เป็นหลักฐานฟ้องกันชัดเจนโดยเฉพาะเส้นทางเข้าทุ่งกังหันลมจะเห็นมีสิ่งปลูกสร้างใหม่ขึ้นมา โดยไม่มีใครถูกดำเนินคดีทั้งที่บริเวณแห่งนี้ ที่ผ่านมาได้เคยเข้ามาจับกุมเพื่อจะยับยั้งไม่ให้มีการบุกรุกและมีสิ่งก่อสร้างเกิดขึ้น แต่ทุกวันนี้เหตุที่ยังมีคนกล้ามีฝ่าฝืนความกฎหมายเพราะทำแล้วคุ้ม ซึ่งผู้ประกอบการเหล่านี้ต่างก็เข้าใจว่าเมื่อถูกจับแล้วก็จะถูกลงโทษปรับเพียงแค่ 2,500 บาท ทำให้ปัญหายืดเยื้อมาโดยตลอดจนกลายเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีให้กับผู้ประกอบการรายอื่นๆ จนผู้หลักผู้ใหญ่ข้างบนก็ยังเป็นห่วงอยู่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมาหลายเรื่องในส่วนของทางเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบจะบูรณาการกันอย่างไร. ทีมข่าวภูมิภาค.