"บิ๊กโจ๊ก" ลุยสุราษฎร์ฯ ไล่ล่าสองผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีกินเด็ก

ภูมิภาค17 ก.พ. 2565 • 13:32 น.
"บิ๊กโจ๊ก" ลุยสุราษฎร์ฯ ไล่ล่าสองผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับคดีกินเด็ก
วันที่ 17 ก.พ.65 เวลา 14.00 น.ที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ต.ขุนทะเล อ.เมือง จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร. พล.ต.ต.สนธิชัย อาวัฒนกุลเทพ รอง ผบช.ภ.8 พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ไพศาล สังข์เทพ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.กิตติพงศ์ ทองทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี นายสุชาติ แสงพรม พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงข่าวผลการดำเนินคดีค้ามนุษย์และค้าประเวณีเด็ก ในพื้นที่ สภ.ขุนทะเล พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้วางนโยบายในการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับการกระทำที่รุนแรงต่อเด็กและสตรีและบุคคลในครอบครัวและการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงได้จัดตั้งศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว ป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ ( ศพดส.ตร.) เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว อย่างจริงจัง ทั่วทั้งประเทศ ในส่วนของพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 8 ได้ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการป้องกันปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ทั่วทุกจังหวัดในเขตรับผิดชอบของตำรวจภูธรภาค 8 รวมทั้งพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยได้สั่งการให้ พ.ต.อ.วัฒนา เบ้าศรี ผกก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี,พ.ต.อ.ฐิติวัชร์ สุฐิติวนิช ผกก.สภ.ขุนทะเล และ พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล ผกก.4 บก.สส.สตม. ขยายผลการดำเนินคดีค้ามนุษย์และค้าประเวณีเด็ก สภ.ขุนทะเล สืบสวนสอบสวนดำเนินคดีจับกุมตัวผู้ต้องหาในคดีเกี่ยวกับการค้ามนุษย์และค้าประเวณีเด็กในพื้นที่ สภ.ขุนทะเลและ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี โดย ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนในคดีดังกล่าวไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 9 พ.ย.64 ซึ่งเจ้าหน้าที่ ปภ. จว.สุราษฎร์ธานี ,เจ้าหน้าที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จว.สุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ขุนทะเล ได้ให้ความช่วยเหลือ ด.ญ.เอ (นามสมมุติ ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) อายุ 13 ปีเศษ ได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับบุคคลที่ชักชวนและแนะนำผู้ซื้อบริการทางเพศจากเด็ก ให้ ด.ญ.เอ ค้าประเวณี ตามคดีอาญาของ สภ.ขุนทะเล และรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องและศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อนุมัติหมายจับและเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัว น.ส.บี กับพวกรวม 4 คน (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) ในความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำความผิดฐานค้ามนุษย์ ในการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณี โดยกระทำแก่บุคคลอายุไม่เกินสิบห้าปี,ร่วมกันเป็นธุระจัดหา หรือชักพาไปซึ่งเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี เพื่อให้บุคคลนั้นกระทำการค้าประเวณี, ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อหากำไรหรือเพื่อการอนาจาร ,ร่วมกันช่วยเหลือ ให้ความสะดวกหรือคุ้มครองการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือรับประโยชน์ไม่ว่ารูปแบบใดจากการค้าประเวณีของผู้อื่นหรือจากผู้ซึ่งค้าประเวณีหรือจัดให้มีการค้าประเวณีระหว่างผู้ซึ่งค้าประเวณีกับผู้ใช้บริการ ,และร่วมกันชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กกระทำผิดหรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากเด็ก” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุดตลอดชีวิต ต่อมา เมื่อวันที่ 8 ก.พ.65 พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.กิตติพงศ์ ทองทิพย์ รองผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี หัวหน้าคณะพนักงานสืบสวนสอบสวนตามคำสั่งตำรวจภูธรจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แจ้งความร้องทุกข์ แยกดำเนินคดีกับผู้ต้องหาซึ่งเป็นผู้ซื้อบริการทางเพศจากเด็ก และศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้อนุมัติหมายจับ จำนวน 5 คน (ขอสงวนชื่อและนามสกุลจริง) ในความผิดฐาน “กระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ,กระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ,ร่วมกันพรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแลเพื่อการอนาจาร ,ร่วมกันพาเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเพื่อการอนาจาร แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามและร่วมกันชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กกระทำผิด” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี และเมื่อวันที่ 11 ก.พ.65 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมตัวผู้ต้องหาซึ่งเป็นลูกค้าดังกล่าวตามหมายจับได้แล้วจำนวน 4 คน นำส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไปไว้แล้ว ต่อมา ได้มีการสืบสวนขยายผล และในวันที่ 16 ก.พ.65 ศาลจังหวัสุราษฎร์ธานี ได้อนุมัติออกหมายจับ ผู้ซื้อบริการทางเพศจากเด็กได้เพิ่มอีก จำนวน 3 คน และสามารถติดตามจับกุมได้ จำนวน 1 คน และยังหลบหนีอีกจำนวน 2 ราย ซึ่งเป็นนายแพทย์ และอีกรายเป็นนายทหาร ซึ่งขณะนี้ได้ติดต่อขอมอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่แล้ว และคาดว่าจะสามารถขยายผลผู้กระทำผิดมากกว่านี้ ทั้งนี้สำหรับคดีที่เกิดขึ้นผู้ใช้บริการทางเพศกับเด็กมีตั้งแต่บุคลทั่วไป ลูกอดีตนักการเมือง และข้าราชการ รวมไปถึงแพทย์ ที่มาใช้บริการ ซึ่งจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายทุกราย นอกจากนี้ จากการสืบสวนสอบสวน ยังพบว่า น.ส.บี กับพวก ยังมีเด็กหรือเยาวชน (อายุตั้งแต่ 13-17 ปี) ในสังกัดอีกหลายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.สุราษฎร์ธานี ติดตามเด็กมาคุ้มครอง โดยปัจจุบัน สามารถติดตามมาคุ้มครองได้ รวม 5 คน และจะทำการสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นแม่เล้าหรือผู้ซื้อบริการทางเพศ เพื่อดำเนินคดีต่อไป อย่างต่อเนื่องและจริงจังต่อไป