ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ​ให้ผู้ว่าฯ เป็นผู้แทนพระองค์มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านฝึกอบรมในโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง ที่เรือนจำกลางเชียงรายและเรือนจำเทิง

ภูมิภาค24 พ.ย. 2563 • 09:23 น.
ในหลวงทรงโปรดเกล้าฯ​ให้ผู้ว่าฯ  เป็นผู้แทนพระองค์มอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านฝึกอบรมในโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง ที่เรือนจำกลางเชียงรายและเรือนจำเทิง
ในหลวงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมในโครงการพระราชทาน โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง ที่เรือนจำกลางเชียงรายและเรือนจำเทิง โดยวันอังคารที่ 24 พฤศจิกายน 2563 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการฝึกอบรมในโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง" ที่เรือนจำกลางเชียงราย ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงห่วงใยในความเป็นอยู่ และการดำเนินชีวิตของประชาชนทุกหมู่เหล่า รวมทั้ง ผู้ต้องขัง ซึ่งเมื่อพ้นโทษไปแล้วให้สามารถดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพสุจริตพึ่งพาตนเองได้ จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้มีการฝึกอบรมโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง” ซึ่งเป็นการประยุกต์ใช้ทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา เพื่อสร้างต้นแบบเกษตรทฤษฎีใหม่ในพื้นที่ขนาดเล็ก โดยสามารถดำเนินการได้ทุกเงื่อนไขของพื้นที่ และมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพื้นฐานความคิด การฝึกวินัย การลงมือปฏิบัติ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาในสถานการณ์จริง เพื่อให้ผู้ต้องขังสามารถพึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือผู้อื่นที่ได้รับความเดือดร้อนได้ เมื่อพ้นโทษออกไปสู่โลกภายนอก สำหรับเรือนจำกลางเชียงราย โดย นายสมคิด ปริมิตร ผู้บัญชาการเรือนจำกลางเชียงราย นำผู้ต้องขังที่ผ่านการฝึกอบรมในโครงการพระราชทานโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง ที่เป็นคนไทย จำนวน 350 คน และที่เรือนจำอำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีมอบประกาศนียบัตรแก่ผู้ผ่านการอบรมในโครงการพระราชทาน “โคก หนอง นา แห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์" มีผู้ต้องขังที่เป็นคนไทย และผ่านการอบรมทั้งสิ้น 100 คน โดยปฏิบัติการฝึกอบรมเป็นเวลา 14 วัน ในระหว่างวันที่ 10 – 23 พฤศจิกายน 2563 โดยแบ่งการฝึกเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การอบรมพึ่งตนเองด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง ขั้นตอนที่ 2 การเปลี่ยนแปลงทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียงสู่การปฏิบัติ ประกอบด้วย การออกแบบแนวคิดการบริหารจัดการพื้นที่ขนาดเล็กการประยุกต์ทฤษฎีใหม่ แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคมลงบนกระดาษ การสร้างพื้นที่จำลอง (Table Top Exercise) และวางแผนการปลูกป่า 3 อย่างได้ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อพออยู่ พอกิน พอใช้ และพอร่มเย็น การปฏิบัติในพื้นที่จริงมีขนาด 250 ตารางเมตร ตามทฤษฎีใหม่แบบชาวบ้าน ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา ตามภูมิสังคม ขั้นตอนที่ การสรุปและประเมินผล ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ผู้เข้ารับการฝึกทุกราย สามารถพึ่งพาตนเองตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและทฤษฎีใหม่ ทั้งสามารถช่วยเหลือประชาชนในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมได้ หลังจากนี้แล้ว ผู้ต้องขังที่จะได้รับการพ้นโทษในโอกาสต่อไปจะต้องไปดำเนินการในพื้นที่ตามภูมิลำเนาของตนเอง อันเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ในการสืบสาน รักษา ต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยการถ่ายทอดความรู้ความเข้าใจไปสู่ประชาชน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และเป็นกำลังสำคัญช่วยกันพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป