เหยื่อทาสยาบ้ายื่นขอหน่วยงานยุติธรรมนครพนมเยียวยาหลังถูกกระสุนปืนจนทำให้ตาซ้ายบอด

ภูมิภาค26 มี.ค. 2567 • 10:47 น.โดย ปิยพงศ์ โพชะราช
เหยื่อทาสยาบ้ายื่นขอหน่วยงานยุติธรรมนครพนมเยียวยาหลังถูกกระสุนปืนจนทำให้ตาซ้ายบอด

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า เมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2567 ที่สำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม ชั้น 3 ศาลากลางจังหวัดนครพนม (หลังเก่า) นายอดินันท์  หรือม่อน อายุ 35 ปี พร้อมด้วยภรรยา น.ส.สุนัดดา   อายุ 28 ปี ชาว บ้านหนองปลาดุก ต.บ้านผึ้ง อ.เมือง จ.นครพนม ลูกชายวัย 6 ขวบ ญาติพี่น้อง นำเอกสารหลักฐาน เข้ายื่นเพื่อขอความช่วยเหลือต่อ นายณัฐภูมิ อยู่ชัง ยุติธรรมจังหวัดนครพนม และผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดนครพนม เพื่อขอความเป็นธรรมและขอรับการชดเชยเยียวยา กรณีตกเป็นเหยื่อทางคดีอาญา โดยไม่มีความขัดแย้งกับคนก่อเหตุมาก่อน เนื่องจาก ถูกนายขุนหาญ  หรือจ่า อายุ 38 ปี เพื่อนบ้านที่มีศักดิ์เป็นลุง ใช้อาวุธปืนแก๊ปไทยประดิษฐ์ยิงเข้าแสกหน้าจนดวงตาข้างซ้าย เนื่องจากไม่พอใจหมาเห่า จนได้รับบาดเจ็บ โชคดีไม่เสียชีวิต

แต่จากการตรวจรักษาของแพทย์ พบว่าดวงตาซ้ายบอดสนิทเพราะถูกเศษกระสุน เหตุ 12 มีนาคม ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้ทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม ให้การช่วยเหลือตามระเบียบทางราชการ ถึงแม้ทางคนก่อเหตุจะถูกดำเนินคดีแจ้งข้อหา พยายามฆ่า แต่ในส่วนของการชดเชยเยียวยาไม่คาดหวัง นอกจากจะได้รับการช่วยเหลือจากทางราชการ เพราะมีภาระต้องดูแลครอบครัว ทั้งภรรยา และลูกชาย 6 ขวบ

ทั้งนี้ นายณัฐภูมิ อยู่ชัง ยุติธรรมจังหวัดนครพนม ได้อธิบายถึงสิทธิ์ในการขอรับเงินช่วยเหลือเยียวยา  กรณีผู้บาดเจ็บไม่มีได้เป็นคู่กรณีกับผู้ต้องหา คือไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในเหตุที่เกิดขึ้น คือในรายที่บาดเจ็บได้รับค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 40,000 บาท ค่าฟื้นฟูสมรรถภาพไม่เกิน 20,000 บาท ค่าขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามค่าแรงขั้นต่ำของจังหวัดนครพนมคือ วันละ 345 บาท โดยรับเงินช่วยเหลือไม่เกิน 1 ปี และค่าเสียหายอื่นๆ ไม่เกิน 50,000 บาท โดยจะได้พิจารณาให้ความช่วยเหลือต่อไป

ด้าน นายอดินันท์   หรือม่อน อายุ 35 ปี เปิดเผยว่า ตนไม่ใช่คู่กรณีของนายขุนหาญ ในวันและเวลาที่เกิดเหตุนายขุนหาญ มีเรื่องโต้เถียงกับผู้เป็นแม่คือ นางลำปาง  อายุ 61 ปี กล่าวหาว่าไม่รู้จักหุงข้าวปลาอาหารให้ลูกกิน ด้วยความโมโหนายขุนหาญเตะกระติ๊บข้าวกระเด็นกระดอน พร้อมขู่จะฆ่านางลำปาง ทำให้ผู้เป็นแม่หวาด กลัวจึงหนีไปหลบอยู่บ้านญาติ นายขุนหาญ จึงสะพายปืนแก๊ปยาวไทยประดิษฐ์เดินตามหาแม่ ทำให้สุนัขบริเวณนั้นส่งเสียงเห่าดังลั่น ตนสงสัยว่าหมาเห่าใครจึงเปิดประตูบ้าน ใช้ไฟฉายส่องกบมาดู บังเอิญแสงไฟไปกระทบหน้า นายขุนหาญ จึงกล่าวหาว่าส่องไฟหาเรื่อง ตนไม่อยากมีเรื่องจึงเดินกลับเข้าบ้าน แต่เห็นว่าห้องนอนแม่ยายยังไม่ปิดไฟ จึงออกมาดูว่าแม่ยายทำอะไรอยู่ ปรากฏว่าพอเปิดประตูออกไป นายขุน จึงยิงปืนเข้าแสกหน้าพอดี ห่างกันประมาณ 5 เมตร ทำให้ตนได้รับบาดเจ็บที่ดวงตาซ้าย แพทย์ต้องส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี พบว่าเศษผงเหล็กขนาดเล็กฝังอยู่ในเบ้าตามากทำให้บอดสนิท และไม่สามารถเขี่ยออกได้หมด จึงแนะนำให้เอาลูกตาออก แต่ตนยอมรับว่ายังทำใจไม่ได้ จึงไม่ยอมให้หมอควักดวงตา ทางแพทย์ก็ได้ส่งกลับมารักษาต่อเนื่องที่ โรงพยาบาลนครพนม เมื่อวันที่ 21 มีนาคมที่ผ่านมา ก่อนจะมารักษาตัวที่บ้าน  โดยแนะนำให้มั่นดูแลรักษาความสะอาดดวงตา อาจเกิดการอักเสบได้ตลอดเวลา ตนจึงมาขอความช่วยเหลือจากยุติธรรมจังหวัดนครพนม

ส่วน นางสาวสุนัดดา  อายุ 28 ปี ภรรยาผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ครอบครัวกำลังไปได้ดี ร่วมกับสามีก่อร่างสร้างตัว และถมที่เตรียมสร้างบ้านหลังใหม่ ต้องมาถูกคนพาลลอบทำร้าย กลายเป็นคนพิการทางสายตา แต่ก็ไม่ขอจองเวรให้เป็นหน้าที่ของกฎแห่งกรรม ทำได้เพียงขอความช่วยเหลือกับทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดนครพนม