ทุกภาคส่วนโคราช คุมเข้มห้ามจุดดอกไม้ไฟและโคมลอย ร่วมอนุรักษ์ประเพณีลอยกระทง
นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อยช่วงเทศกาลลอยกระทง ว่า ได้ประสานกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาและฝ่ายปกครอง 32 อำเภอ ร่วมประชาสัมพันธ์โดยประกาศขอความร่วมมือทุกพื้นที่ จัดกิจกรรมอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีไทยลอยกระทงด้วยความเรียบร้อย เหมาะสมกับวิถีไทย โดยเฉพาะการแต่งกาย รณรงค์ให้ประชาชนร่วมแต่งกายสุภาพ ใช้กระทงที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม อีกทั้งขอเชิญชวนให้ประชาชนร่วมกันลอยกระทง 1 กระทง 1 ครอบครัว ช่วยลดปริมาณขยะลงในแม่น้ำ คูคลอง
ขณะเดียวกันได้สั่งการให้คุมเข้มการจำหน่ายพลุ ประทัด ดอกไม้ไฟ ต้องปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทั้งนี้การจุดดอกไม้ไฟและโคมไฟ ต้องขออนุญาตในการจุดกับทางราชการการก่อนเป็นเวลา 7 วัน หากไม่มีการขออนุญาตก็ไม่สามารถดำเนินการถือเป็นการผิดกฎหมาย นอกจากนี้ได้เข้มงวดการยิงปืนในที่สาธารณะ หากตรวจพบ จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทันที เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
ด้านนายแพทย์ชุติเดช ตาบ-องครักษ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา กล่าวว่า รพ.มหาราช ฯ มีความห่วงใย เตือนภัยประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มที่เล่นประทัด พลุหรือดอกไม้ไฟให้ระวังการบาดเจ็บที่อาจถึงขั้นพิการหรือเป็นทุพพลภาพได้ ส่วนใหญ่บาดแผลเนื้อเยื่อที่บาดเจ็บเสียหายเกิดจากการถูกความร้อนและแรงระเบิด มีโอกาสเกิดการอักเสบติดเชื้อ การรักษาต้องตัดเนื้อเยื่อที่ปนเปื้อน สิ่งสกปรกจากส่วนผสมของประทัด พลุหรือดอกไม้ไฟ รวมถึงเนื้อเยื่อที่บอบช้ำจากแรงระเบิดออก เพื่อป้องกันการอักเสบติดเชื้อที่จะเกิดขึ้นตามมา กรณีบาดเจ็บรุนแรงถึงขั้นอวัยวะขาด เช่น นิ้วมือ นิ้วเท้า มักเป็นการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อที่รุนแรงไม่สามารถต่ออวัยวะที่ขาดกลับคืนได้
ผอ.รพ.มหาราช ฯ กล่าวถึงสถิติผู้ได้รับบาดเจ็บจากการเล่นประทัด พลุหรือดอกไม้ไฟ ที่มารับการรักษาตัวมีแนวโน้มสูงขึ้นตามลำดับ กว่าร้อยละ 90 เป็นเพศชายและเป็นกลุ่มเด็กและวัยรุ่น อายุไม่เกิน 20 ปี ร้อยละ 50 นอกจากนั้นผู้ป่วยกลุ่มนี้ต้องนอนพักรักษาตัวที่สถานพยาบาล ร้อยละ 80 ทั้งนี้หากประสบอุบัติเหตุหรือเจ็บป่วยฉุกเฉิน ประชาชนสามารถใช้บริการ ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 1 บริการ 24 ชั่วโมง หรือติดต่อศูนย์กู้ชีพ โทร.1669
นครราชสีมา/เกษม ชนาธินาถ

