ศบภ.นสศ.จัดกำลังพล 150 นาย ซ้อมแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเต็มรูปแบบ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ

ภูมิภาค8 ก.ค. 2563 • 13:05 น.
ศบภ.นสศ.จัดกำลังพล 150 นาย ซ้อมแผนป้องกันบรรเทาสาธารณภัยเต็มรูปแบบ พร้อมให้การช่วยเหลือประชาชนในทุกมิติ
เมื่อวันที่ 8 ก.ค.63 พ.อ.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ รองผู้บัญชาการโรงเรียนสงครามพิเศษ ค่ายเอราวัณ เป็นประธานตรวจความพร้อม กองร้อยช่วยเหลือประชาชน ซึ่งได้มีการสนธิกำลังพล จำนวน 150 คน พร้อมยุทโธปกรณ์ต่างๆ จากโรงเรียนสงครามพิเศษ และ กองพลาธิการส่งกำลังทางอากาศ ในนาม ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ศบภ.นสศ.) ณ อ่างเก็บน้ำห้วยกระแทก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี โดยฝึกซ้อมการปฏิบัติตามสถานการณ์จริง แบบออกเป็น 3 สถานี ประกอบด้วย 1. การปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนที่บ้านเรือนได้รับผลกระทบจากเหตุวาตภัย โดยหน่วยได้จัดกำลัง จิตอาสาพระราชทาน “เราทำความดี เพื่อชาติ ศาสตร์ กษัตริย์” เข้าช่วยเหลือมอบถุงยังชีพจากกองทัพบกเพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบภัย พร้อมจัดส่งกำลังพลชุดช่างเข้าให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน 2. การปฏิบัติการนำต้นไม้ที่เกิดเหตุวาตภัยล้มกีดขวางเส้นทางจราจรออกจากพื้นที่ และ 3. การช่วยเหลือประชาชนที่ประสพเหตุอุทกภัย เส้นทางถูกตัดขาดและมีผู้ป่วยที่ต้องนำส่งต่อโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วน ในการฝึกได้จัดเรือท้องแบนติดเครื่องยนต์ จำนวน 2 ลำ พร้อมทีมแพทย์สนาม ลงพื้นที่ทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนทำการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยส่งกลับทางน้ำไปยังสถานพยาบาลใกล้เคียงโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้ หลังเสร็จสิ้นการฝึก ได้พบปะ ให้โอวาทแก่ผู้รับการฝึก โดยเน้นย้ำการปฏิบัติต่างๆ ตามที่ ศบภ.ทบ. กำหนด กำลังพลที่เข้าไปช่วยเหลือต้องปลอดภัย เสื้อชูชีพ อุปกรณ์นิรภัยต้องสวมใส่ตลอดเวลาที่ปฏิบัติภารกิจ ทหารต้องเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ตามนโยบาย ของผู้บัญชาการทหารบก ต้องสามารถปฏิบัติได้ทันทีเมื่อได้รับการประสาน และอุปกรณ์ที่มีอยู่ต้องหมั่นฝึกซ้อมให้ชำนาญอยู่เสมอ โดยเฉพาะ อุปกรณ์บางอย่างที่มีไม่ใช่อุปกรณ์ทางทหาร เช่น เลื่อยยนต์ เรือยนต์ ตลอดจน ดำรงการประสานงานกับส่วนท้องถิ่น รวบรวมข้อมูลสาธารณภัยที่เกิดประจำในพื้นที่ เพื่อหาทางแก้ไขปัญหา พร้อมทั้งสร้างความร่วมมือในการปฏิบัติเมื่อเกิดสาธารณภัย เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บังคับบัญชา แม้ว่าผู้บังคับบัญชาจะไม่ได้เข้าไปพร้อมกำลังพลในทันที แต่กำลังพลสามารถปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ