รองประธานคณะกรรมาธิการแรงงานฯเผยเร่งติดตามเงินอีกล้านสี่ช่วยแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล

ภูมิภาค23 ต.ค. 2566 • 20:35 น.โดย อุดม ปิดตาทานัง  
รองประธานคณะกรรมาธิการแรงงานฯเผยเร่งติดตามเงินอีกล้านสี่ช่วยแรงงานไทยเสียชีวิตที่อิสราเอล

วันที่ 23 ต.ค.66 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า  ที่ป่าช้าบ้านเดียม ต.เชียงแหว อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี นายสุรศักดิ์ อักษรกุล รองผวจ.อุดรธานี เดินทางมาเป็นประธานในพิธีฌาปนกิจศพนายอนุชา อายุ 28 ปีแรงงานไทยที่เสียชีวิตถูกกลุ่มฮามาสยิงเสียชีวิตที่ประเทศอิสราเอล เมื่อวันที่ 7 ต.ค.66 ที่ผ่านมา

โดยพิธีฌาปนกิจศพส่งวิญญาณเป็นครั้งสุดท้าย มีข้าราชการ ชาวบ้านเดินทางมาร่วมในพิธีจำนวนมากบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า โดยคุณแม่สมพิศ แม่ของนายอนุชา กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงานที่ช่วยเหลือตั้งแต่นำศพลูกชายกลับมาที่บ้านและมีพิธีฌาปนกิจศพในวันนี้ และได้บอกกับวิญญาณลูกชายเป็นครั้งสุดท้ายว่า วันนี้อยากให้บักหล่าภูมิใจมีเจ้านายผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดฯ และชาวบ้านมาร่วมงานจำนวนมาก ขอให้บักหล่าไปสู่สรวงสวรรค์ชั้นฟ้าไปเป็นเทวดา เกิดชาติหน้าให้เกิดมาเป็นลูกแม่อีก

ขณะเดียวกันนายธีระชัย แสนแก้ว  ส.ส.อุดรธานีเขต 7 ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการแรงงานฯ และประธานคณะอนุกรรมการติดตามแรงงานไทยในอิสราเอล ได้เดินทางมาร่วมพิธีและได้ให้กำลังใจพ่อและแม่ของแรงงานไทยที่เสียชีวิตในประเทศอิสราเอล เปิดเผยว่า ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการแรงงานฯ ได้ติดตามเรื่องนี้โดยตรง ความไม่สงบในอิสราเอล ทำให้พี่น้องแรงงานเสียชีวิตบาดเจ็บและถูกจับเป็นตัวประกันเป็นสิ่งที่ไม่เคยเกิดขึ้น โดยเฉพาะจ.อุดรธานี มีผู้เสียชีวิตถึง 9 ราย ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตอย่างสุดซึ้ง

ทั้งนี้จากนี้ไปทางคณะกรรมาธิการแรงงานฯ จะได้เร่งให้ติดตามช่วยเหลือแรงงานไทยทุกเรื่อง ให้เสร็จภายใน 2 เดือน เอาประโยชน์มาให้กับญาติพี่น้องที่บาดเจ็บหรือเสียชีวิต นอกจากเงินช่วยเหลือที่ทางการอิสราเอลจะมอบให้ครอบครัวเดือนละ 30,000-40,000 แล้ว ยังมีเงินกองทุนฯ ที่ทางประเทศอิสราเอลที่จะมอบให้อีกเป็นเงินจำนวน หนึ่งล้านสี่แสนบาทเศษ โดยจะเร่งติดตามเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แต่ทั้งนี้หัวอกคนเป็นพ่อแม่หรือญาติพี่น้องคงไม่มีใครอยากได้เงินล้านหากต้องเสียชีวิต แต่เมื่อแรงงานเสียชีวิตต้องเร่งติดตามเงินช่วยเหลือให้เร็วที่สุด

สำหรับผู้ไปทำงานอิสราเอลถือเป็นทัพหน้า ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่ามีภัยสงครามแต่ก็ต้องไปทำงาน ในแต่ละปีแรงงานเหล่านี้นำเงินเข้าประเทศปีละ 200,000-300,000 ล้านบาท  รู้ว่า คนไทยที่ไปทำงานแม้จะมีพาสปอร์ตหรือไม่มีก็ตาม ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่สงบ อยากให้ทุกคนกลับมาก่อนตั้งหลักที่บ้านเกิดเมืองไทยก่อน  จะกลับไปอีกหรือไม่ค่อยว่ากันอีกที และทางกรรมาธิการฯจะได้พูดคุยกับทางรัฐบาลเพื่อหาทางช่วยเหลือในการหางานทำให้เบื้องต้น  

ซึ่งในเร็วๆ นี้ทางคณะกรรมาธิการแรงงาน จะเดินทางมาเยี่ยมญาติๆ ของแรงงานที่เสียชีวิตและบาดเจ็บในต้นเดือนพ.ย.ในทุกพื้นที่ทุกจังหวัดต่อไป